ยุทธการที่คูสค์

ยุทธการที่คูสค์  เกิดขึ้นเมื่อกำลังเยอรมนีและโซเวียตเผชิญหน้ากันในแนวรบด้านตะวันออกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณย่านชานนครคูสค์  ห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ 450 กิโลเมตร ในสหภาพโซเวียต ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ค.ศ. 1943 ยุทธการที่คูสค์เป็นทั้งชุดของการสงครามยานเกราะที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงยุทธการที่โปรโฮรอฟกา และการสงครามทางอากาศวันเดียวราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ยุทธการนี้นับเป็นการรุกทางยุทธศาสตร์ครั้งสุดท้ายของเยอรมนีที่สามารถดำเนินการได้ในทางตะวันออก ชัยชนะเด็ดขาดของโซเวียตที่เป็นผลให้กองทัพแดงมีการริเริ่มทางยุทธศาสตร์ในช่วงที่เหลือของสงคราม ฝ่ายเยอรมนีหวังจะย่นแนวรบของตนโดยกำจัดส่วนที่ยื่นออกมาที่คูสค์ ซึ่งเป็นผลมาจากความพ่ายแพ้ในยุทธการที่สตาลินกราด คีมตามที่คิดไว้ล่วงหน้าเจาะผ่านปีกด้านเหนือและใต้เพื่อบรรลุการล้อมกำลังกองทัพแดงใหญ่ อย่างไรก็ดี ฝ่ายโซเวียตมีข่าวกรองเจตนาของกองทัพเยอรมัน ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับความล่าช้าของเยอรมนีที่ต้องรออาวุธใหม่ ส่วนใหญ่คือ รถถังไทเกอร์และแพนเธอร์ ทำให้กองทัพแดงมีเวลาสร้างแนวป้องกันเป็นชุดและเก็บกำลังหนุนขนาดใหญ่เพื่อการตีโต้ตอบทางยุทธศาสตร์ โดยได้รับแจ้งล่วงหน้าหลายเดือนว่าการโจมตีจะเกิดแก่คอของส่วนที่ยื่นออกมาที่คูสค์ ฝ่ายโซเวียตวางแผนที่จะชะลอ หันเห ตลอดจนทำให้หัวหอกแพนเซอร์อันทรงพลังของเยอรมนีอ่อนกำลังและค่อย ๆ ยอมจำนน โดยบีบให้พวกเขาโจมตีผ่านเครือข่ายเขตทุ่นระเบิด เขตยิงปืนใหญ่มองเห็นล่วงหน้า  และที่มั่นแข็งแรงต่อสู้รถถังที่อำพรางไว้ ประกอบด้วยแนวป้องกันมีพื้นที่ว่างแปดแนว ลึก 250 กิโลเมตร ซึ่งลึกกว่า 10 เท่าของแนวมากีโน และมีปืนใหญ่ต่อสู้รถถังกว่าอัตรา 1:1 ของยานพาหนะที่จะเข้าตี ซึ่งเชื่อมต่อถึงกันอย่างกว้างขวาง จนถึงปัจจุบันยังเป็นงานการป้องกันที่กว้างขวางที่สุดที่เคยก่อสร้างมา และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีความลึกเกินกว่าสามเท่าของความลึกที่จำเป็นต่อการชะลอขอบเขตไกลที่สุดของการโจมตีฝ่ายเยอรมัน เมื่อกองทัพเยอรมันหมดกำลังไปกับการป้องกัน ฝ่ายโซเวียตก็สนองด้วยการตีโต้ตอบ ซึ่งทำให้กองทัพแดงยึดโอเรลและเบลโกรอดคืนได้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม และฮาร์คอฟเมื่อวันที่ 23…

ยุทธการที่มอสโก

ยุทธการมอสโก เป็นชื่อที่นักประวัติศาสตร์โซเวียตตั้งโดยหมายถึงการสู้รบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สองช่วงบนพื้นที่ 600 กิโลเมตรบนแนวรบด้านตะวันออกในสงครามโลกครั้งที่สอง ระหว่างเดือนตุลาคม ค.ศ. 1941 ถึงมกราคม ค.ศ. 1942 ความพยายามตั้งรับของโซเวียตทำให้การโจมตีของฮิตเลอร์ต่อมอสโก เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียต ไร้ผล มอสโกเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ทางทหารและการเมืองหลักของกำลังฝ่ายอักษะในการรุกรานสหภาพโซเวียต กองทหารเวร์มัคท์ยอมจำนน การรุกทางยุทธศาสตร์ของเยอรมนีชื่อว่า ปฏิบัติการไต้ฝุ่น มีการวางแผนให้ดำเนินการรุกสองง่าม ด้านหนึ่งไปทางเหนือของมอสโกต่อแนวรบคาลีนิน โดยกลุ่มแพนเซอร์ที่ 3 และที่ 4 พร้อม ๆ กับการตัดขาดทางรถไฟสายมอสโก-เลนินกราด และอีกด้านหนึ่งไปทางใต้ของมณฑลมอสโกต่อแนวรบตะวันตก ทางใต้ของตูลา โดยกองทัพแพนเซอร์ที่ 2 ขณะที่กองทัพที่ 4 บุกไปยังมอสโกโดยตรงจากทางตะวันตก แผนปฏิบัติการเยอรมนีต่างหาก ชื่อ ปฏิบัติการโวทัน ถูกรวมอยู่ในการรุกระยะสุดท้ายของเยอรมนีด้วย ขั้นต้น กำลังโซเวียตดำเนินการป้องกันทางยุทธศาสตร์ต่อมณฑลมอสโกโดยสร้างแนวป้องกันทางลึกขึ้นสามแนว และจัดวางกองทัพหนุนซึ่งเพิ่งรวบรวมขึ้นใหม่ เช่นเดียวกับนำกำลังพลจากจังหวัดทหารบกไซบีเรียและตะวันออกไกล ต่อมา เมื่อการรุกของเยอรมนีหยุดชะงัก ฝ่ายโซเวียตดำเนินการตีโต้ตอบทางยุทธศาสตร์และปฏิบัติการรุกในระดับเล็กกว่าเพื่อบีบให้กองทัพเยอรมันล่าถอยกลับไปยังตำแหน่งรอบนครออร์ยอล เวียซมาและวีเตบสก์ เกือบล้อมกองทัพเยอรมันได้ถึงสามกองทัพไปพร้อมกันนั้นด้วย credit:https://th.wikipedia.org/wiki/ยุทธการที่มอสโก

ยุทธการที่เบอร์ลิน

ยุทธการที่เบอร์ลิน หรือที่สหภาพโซเวียตตั้งชื่อว่า ปฏิบัติการรุกทางยุทธศาสตร์เบอร์ลิน  เป็นการรุกใหญ่ในช่วงปลายเขตสงครามยุโรปในสงครามโลกครั้งที่สอง เริ่มจากวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1945 กองทัพแดงเจาะแนวรบเยอรมันหลังการรุกวิสตูลา–โอเดอร์และรุกมาทางทิศตะวันตกไกลถึง 40 กิโลเมตรต่อวันผ่านปรัสเซียตะวันออก โลว์เออร์ไซลีเชีย พอเมอราเนียตะวันออกและอัปเปอร์ไซลีเซีย และหยุดชั่วคราวตรงเส้น 60 กิโลเมตรทางตะวันออกของกรุงเบอร์ลินตามแม่น้ำโอเดอร์ เมื่อการรุกเริ่มขึ้นอีกครั้ง สองแนวรบ  ของโซเวียตเข้าตีกรุงเบอร์ลินจากทางตะวันออกและใต้ ขณะที่แนวรบที่สามบุกกำลังเยอรมันซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของเบอร์ลิน ยุทธการในเบอร์ลินกินเวลาระหว่างวันที่ 20 เมษายนถึงเช้าวันที่ 2 พฤษภาคม มีการเตรียมตั้งรับที่ชานกรุงเบอร์ลินครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เมื่อผู้บัญชาการกองทัพกลุ่มวิสตูลาซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่ พลเอก กอททาร์ด ไฮน์รีซี คาดเดาได้ถูกต้องว่าโซเวียตจะผลักดันข้ามแม่น้ำวิสตูลาเป็นหลัก ก่อนการยุทธ์หลักในกรุงเบอร์ลินจะเริ่มขึ้น ฝ่ายโซเวียตจัดการล้อมนครอันเป็นผลจากความสำเร็จในยุทธการที่ราบสูงซีโลว์และที่ฮัลเบอ วันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 1945 แนวรบเบลารุสเซียที่ 1 นำโดย จอมพล เกออร์กี จูคอฟ เริ่มระดมยิงใจกลางนคร ขณะที่แนวรบยูเครนที่ 1 ของจอมพล อีวาน โคเนฟ ผลักดันจากทางใต้ผ่านแนวสุดท้ายของกองทัพกลุ่มกลาง การตั้งรับของเยอรมนีส่วนใหญ่มีเฮลมุท…

ยุทธการที่สตาลินกราด

ยุทธการสตาลินกราด เป็นยุทธการใหญ่ของสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งนาซีเยอรมนีและพันธมิตรฝ่ายหนึ่ง สู้รบกับสหภาพโซเวียตอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อแย่งชิงการควบคุมนครสตาลินกราด  ยุทธการดำเนินไประหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1942 ถึง 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1943 ยุทธการสตาลินกราดเป็นยุทธการใหญ่ที่สุดบนแนวรบด้านตะวันออก และได้รับความสนใจเพราะความป่าเถื่อนและไม่สนใจต่อความสูญเสียทั้งทางทหารและพลเรือน นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในยุทธการนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์การสงคราม โดยมีการประเมินความสูญเสียทั้งสองฝ่ายรวมกันขั้นสูงไว้เกือบสองล้านนาย ความสูญเสียอย่างหนักที่กองทัพเยอรมนีประสบนับเป็นจุดพลิกผันของสงคราม หลังยุทธการสตาลินกราด กำลังเยอรมันไม่อาจฟื้นคืนยอดอย่างเมื่อก่อนได้อีก และไม่บรรลุชัยชนะทางยุทธศาสตร์ในทางตะวันออกอีกเลย เยอรมนีรุกเพื่อยึดสตาลินกราดเริ่มตั้งแต่ปลายฤดูร้อน ค.ศ. 1942 และได้รับการสนับสนุนจากการทิ้งระเบิดโดยกองทัพอากาศอย่างเข้มข้น ซึ่งทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่ของนครกลายเป็นซากปรักหักพัง ท้ายที่สุด การรุกของเยอรมนีกลายมาติดหล่มการสู้รบอาคารต่ออาคาร และแม้จะควบคุมพื้นที่ของนครได้กว่า 90% ในบางครั้ง กองทัพเยอรมันกลับไม่สามารถขับไล่ผู้ป้องกันฝ่ายโซเวียตกลุ่มสุดท้ายที่ยึดฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวอลกาอย่างเหนียวแน่น วันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1942 กองทัพแดงเปิดฉากปฏิบัติการยูเรนัส การโจมตีสองง่ามโดยมีเป้าหมายต่อกำลังพลโรมาเนียและฮังการีที่อ่อนแอ ซึ่งกำลังป้องกันปีกของกองทัพที่ 6 หลังจากมีการสู้รบอย่างหนัก ความสำเร็จของการโจมตีเหล่านี้ส่งผลให้ปีกที่ยึดไว้อย่างหลวม ๆ พังลง และกองทัพที่ 6 ถูกตัดขาดและล้อมในสตาลินกราด เมื่อฤดูหนาวของรัสเซียมาถึง กองทัพที่ 6 ก็อ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วจากความหนาว…

การปฏิวัติเดือนตุลาคม

การปฏิวัติเดือนตุลาคม  หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า การปฏิวัติสังคมนิยมแห่งเดือนตุลาคมอันยิ่งใหญ่ และเรียกโดยทั่วไปว่า ตุลาคมแดง, การลุกฮือเดือนตุลาคม หรือ การปฏิวัติบอลเชวิก เป็นการยึดอำนาจรัฐ ซึ่งมีความสำคัญส่วนหนึ่งของการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 ลักษณะเหตุการณ์เป็นการก่อการกบฏด้วยอาวุธในกรุงเปโตรกราดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1917 (ปฏิทินจูเลียนหรือปฏิทินแบบเก่า ซึ่งตรงกับวันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917 ในปฏิทินเกรโกเรียนหรือปฏิทินแบบใหม่) เมื่อเรือลาดตระเวนอะวโรระยิงปืนใหญ่เพื่อบอกสัญญาณให้พวกบอลเชวิกยึดสถานที่สำคัญในเปโตรกราด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดหลังจากการปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ในปีเดียวกัน การปฏิวัติดังกล่าวในกรุงเปโตรกราดโค่นรัฐบาลชั่วคราวรัสเซียและให้อำนาจแก่ชาวโซเวียตท้องถิ่นซึ่งมีบอลเชวิกครอบงำ หลังจากการปฏิวัติได้มีการสถาปนาสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตรัสเซียทันที นับเป็นประเทศแรกที่ประกาศตนว่าเป็นรัฐสังคมนิยม เนื่องจากการปฏิวัติดังกล่าวมิได้รับการยอมรับนอกกรุงเปโตรกราดจึงเกิดสงครามกลางเมืองรัสเซีย (ค.ศ. 1917 – 1922) ตามมา และมีการสถาปนาสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1922 การปฏิวัติดังกล่าวมีบอลเชวิกเป็นผู้นำ ซึ่งใช้อิทธิพลในสภาโซเวียตเปโตรกราดเพื่อจัดระเบียบกองทัพ กำลังองครักษ์แดงบอลเชวิก ภายใต้คณะกรรมาธิการปฏิวัติทหาร เริ่มยึดที่ทำการรัฐบาลในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1917  วันรุ่งขึ้น พระราชวังฤดูหนาว จึงถูกยึด credit:https://th.wikipedia.org/wiki/การปฏิวัติเดือนตุลาคม thumbnail credit:http://liberationschool.org/milestones-in-communist-history-the-october-revolution/

ยศทหารสหภาพโซเวียต

  กองทัพบกโซเวียต กองทัพอากาศโซเวียต กองทัพเรือโซเวียต จอมพลสูงสุดแห่งสหภาพโซเวียต  จอมพลแห่งสหภาพโซเวียต  จอมพลเรือแห่งสหภาพโซเวียต  พลเอกแห่งกองทัพ พลเอกแห่งกองทัพ (ก่อนปี 1974) จอมพลการบินแห่งสหภาพโซเวียต จอมพลปืนใหญ่แห่งสหภาพโซเวียต จอมพลกองกำลังติดอาวุธของสหภาพโซเวียต จอมพลแห่งกองทัพวิศวกรรมเเห่งสหภาพโซเวียต จอมพลกองกำลังสื่อสารแห่งสหภาพโซเวียต พลเรือแห่งกองทัพเรือ (ปี 1962–1994) พลเรือแห่งกองทัพเรือ (ปี 1943-1955) จอมพลการบิน จอมพลปืนใหญ่ จอมพลกองกำลังติดอาวุธ จอมพลทหารวิศวกรรม จอมพลทัพสื่อสาร     พลเอก  พลอากาศเอก    พลเรือเอก  พลโท  พลอากาศโท  พลเรือโท  พลตรี  พลอากาศตรี  พลเรือตรี  พันเอก  นาวาอากาศเอก   นาวาเอก พันโท  นาวาอากาศโท   นาวาโท  พันตรี  นาวาอากาศตรี    นาวาตรี  ร้อยเอก  เรืออากาศเอก    เรือเอก  ร้อยโท  เรืออากาศโท   …

ประวัติ เมือง Moscow

ค.ศ. 1237 เมืองมอสโกก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยเป็นเมืองของรัฐอิสระโดยเจ้าชาย ยูรี ดาลการุสกี การอยู่ริมฝั่งแม่น้ำวอลกาช่วยให้มอสโกขยายตัวอย่างรวดเร็ว ค.ศ. 1380 ชาวมอสโกได้เป็นแกนนำในการปลดปล่อยรัสเซียจากมองโกล ค.ศ. 1480 พระเจ้าซาร์อีวานที่ 3ได้ปลดปล่อยรัสเซียจากการปกครองของเผ่า ตาตาร์ และย้ายเมืองหลวงของประเทศมายังมอสโก ค.ศ. 1712 พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก มอสโกได้เผชิญกับการปิดล้อมโดยกองทัพของนโปเลียน โบนาปาร์ต ในปี ค.ศ. 1812 แต่นโปเลียนต้องถอยทัพกลับไปเนื่องจากทนความหนาวเย็นไม่ได้ หลังจากการปฏิวัติรัสเซีย ใน ค.ศ. 1917 เลนินได้ย้ายเมืองหลวงกลับมายังมอสโกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1918 ซึ่งยังคงเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน มอสโกเผชิญการปิดล้อมอีกครั้งจากนาซีเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1941 และยังเป็นสถานที่จัดกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 1980    Credit:https://en.wikipedia.org/wiki/Moscow

ปฏิบัติการบาร์บารอสซา

ปฏิบัติการบาร์บารอสซา  เป็นชื่อรหัสสำหรับแผนการบุกสหภาพโซเวียตของนาซีเยอรมนี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 1941 ชื่อปฏิบัติการบาร์บารอสซาถูกตั้งชื่อตามพระนามของจักรพรรดิฟรีดริช บาร์บารอสซา แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำสงครามครูเสดครั้งที่สาม ในช่วงคริสต์ศตวรรรษที่ 12 วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการนี้ คือ การพิชิตสหภาพโซเวียตทางภาคพื้นยุโรปทั้งหมด ซึ่งถือเอาแนวที่ลากเส้นระหว่าง อัคอังเกลส์ก  ที่อยู่ทางตอนเหนือของรัสเซีย ลงไปจนถึงเมืองอัสตราคาน ที่อยู่ริมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำวอลกา โดยแนวนี้ถูกเรียกว่าแนว AA ปฏิบัติการบาร์บารอสซาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ฮิตเลอร์คาดหวังไว้ ในทางยุทธวิธีแล้ว กองทัพเยอรมันก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อสหภาพโซเวียต โดยการยึดครองพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากปฏิบัติการบาร์บารอสซา กองทัพเยอรมันไม่อาจเป็นฝ่ายบุกในแนวรบด้านตะวันออกอีกต่อไป และหลังจากนั้น ก็ประสบความพ่ายแพ้มาตลอด ปฏิบัติการบาร์บารอสซาเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทั้งทางด้านกำลังพล พื้นที่ปฏิบัติการและความสูญเสียที่เกิดขึ้น ความล้มเหลวในยุทธการบาร์บารอสซาเป็นที่ถกเถียงกันว่าเป็นสาเหตุโดยรวมที่ทำให้นาซีเยอรมนีต้องประสบกับความพ่ายแพ้ และเป็นจุดเปลี่ยนของนาซีเยอรมนีของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จากการเปิดการโจมตีของนาซีทำให้เกิดการรบใหม่ขึ้นมาคือแนวรบด้านตะวันออก ซึ่งเป็นยุทธบริเวณที่ใหญ่ที่สุดในโลกตราบจนถึงปัจจุบัน ปฏิบัติการบาร์บารอสซากลายเป็นการรบครั้งยิ่งใหญ่ ความโหดร้าย การสูญเสียชีวิตปริมาณมหาศาล ซึ่งทั้งหมดได้ส่งอิทธิพลต่อสงครามโลกครั้งที่สอง และประวัติศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตลอดมา   credit:https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B2 Thumbnail Credit:https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=vuw&date=12-07-2009&group=5&gblog=16

เพลงชาติสหภาพโซเวียต

Slav’sya, Otechestvo nashe svobodnoye! , หรือมีชื่อที่รู้จักอย่างเป็นทางการคือ “เพลงชาติสหภาพโซเวียต”  เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มีนาคม 1944 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หลังการปฏิวัติสังคมนิยมในรัสเซียโดยพวกบอลเชวิคเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1917 (พ.ศ. 2460) ในปีต่อมา ได้มีการใช้เพลง L’Internationale (หรือในภาษาอังกฤษ The Internationale) ซึ่งเพลงประจำของการปฏิวัติสังคมนิยมสากลเป็นเพลงชาติรัสเซีย เนื้อร้องฉบับภาษารัสเซียเป็นผลงานแปลของ อาร์คาดี้ ยาคอฟเลวิช ก็อตส์ เมื่อปี ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) เพลงนี้ได้ใช้เป็นเพลงชาติสหภาพโซเวียตที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1922 (พ.ศ. 2465) และใช้ต่อมาจนถึงปี ค.ศ. 1944 (พ.ศ. 2487) จากนั้นมีการใช้เพลงชาติใหม่ ที่ประพันธ์ทำนองโดย อเล็กซานเดอร์ อเล็กซานดรอฟ และประพันธ์เนื้อร้องโดย เซอร์เกย์ มิคาลกอฟ และ จี.แอล. เรจิสตาน ก่อนที่เพลงนี้จะได้ใช้เป็นเพลงชาติสหภาพโซเวียต ทำนองของเพลงนี้เคยถูกใช้ในงานหลายชิ้นของอเล็กซานดรอฟ…

Joseph Stalin

(18 ธันวาคม 2421-5 มีนาคม 2496) เป็นโซเวียตและผู้นำทางการเมืองของจอร์เจียชาติพันธุ์ ปกครองสหภาพโซเวียตเป็นเผด็จการจากช่วงกลางทศวรรษที่ 1920 จนกระทั่งเสียชีวิตใน พ.ศ. 2496 เขาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปีพ. ศ. 2465 ถึง 2495 และเป็นนายกรัฐมนตรีของสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปีพ. ศ. 2484 ถึง 2496 ลัทธิมาร์กซิสต์และลัทธิเลนินนิสต์ช่วยให้ลัทธิมาร์กซ์ – เลนินกลายเป็นลัทธิมาร์กซิสต์ในขณะที่นโยบายของเขากลายเป็นที่รู้จักในฐานะสตาลิน  credit:https://en.wikipedia.org/wiki/Joseph_Stalin