‘หมอธี’ดีเดย์ประเมินแบบใหม่ 4.5 พันร.ร. เน้นพัฒนาสถานศึกษา ลดภาระครู

นที่ 10 สิงหาคม 2561 – 13:12 น. เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาเรื่อง เปิดศักราชใหม่ในการประกันคุณภาพการศึกษา School –friendly

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาเรื่อง เปิดศักราชใหม่ในการประกันคุณภาพการศึกษา School –friendly QA : an innovation platform โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมาณ 700 คน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ( ศธ.) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ เคาะระฆังในการประเมินคุณภาพการศึกษาแบบใหม่ หรือการประเมินรอบที่ 4 ของ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่มีปัญหามานาน ครูมีภาระการประเมินมาก มีเสียงไม่พอใจมากพอสมควรหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามจะร่วมมือกันแก้ปัญหา แต่ก็ยังมีความขัดแย้งทางความคิด ซึ่งบางครั้งก็รุนแรง วันนี้ความขัดแย้งทุกอย่างจบแล้ว และเรามีกฎกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ฉบับใหม่ ซึ่ง จะไม่มีการส่งตัวชี้วัดให้สถานศึกษา ขั้นตอนการประกันคุณภาพจะ เป็นไปเพื่อพัฒนา ไม่ให้เป็นภาระกับครู แต่ภาระจะไปตกอยู่ที่ผู้บริหาร ทั้งนี้การประเมินรอบ 4 จะเริ่มทันทีใน 4,500 โรงเรียน กลุ่มโรงเรียนประชารัฐ ซึ่งคุ้นเคยกับวิธีการประกันคุณภาพแบบใหม่อยู่แล้ว 

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการประเมิน โรงเรียนจะต้องเขียนแผนการประเมินตนเอง โดยผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องพิจารณาและวิเคราะห์ว่าตัวเป็นสถานศึกษาในระดับใด จาก 5 ระดับ คือ ระดับพัฒนา ระดับปานกลาง ระดับดี ระดับดีเลิศ และระดับยอดเยี่ยม โดยอาจพิจารณาจากกรอบความพร้อมของโรงเรียน เช่น จำนวนครูต่อจำนวนนักเรียน ความพร้อมของห้องเรียน และระบบอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด เป็นต้น ซึ่งแผนพัฒนา โรงเรียนจะต้องแข่งกับตัวเอง เพื่อเลื่อนระดับตัวเองให้ดีขึ้น โดยดูผลความสำเร็จจาก คุณภาพนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การแก้ไขปัญหา ความขาดแคลนในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อส่งให้ต้นสังกัด เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในส่วนของมหาวิทยาลัย หลักเกณฑ์การประเมินรูปแบบนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดำเนินการอยู่แล้ว ถ้ามหาวิทยาลัยใด ยังไม่มีรูปแบบการดำเนินการ สามารถนำกรอบการประเมินของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มาต้นแบบเพื่อประเมิน โดยสถานศึกษา จะต้องออกแบบการประเมินตนเอง ตามบริบทและแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาของตนเอง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีโจทย์ และเป้าหมายต่างกัน ไม่ใช่ตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับทุกคนอย่างที่ผ่านมา และตนย้ำต้นสังกัดไม่ให้ส่งแบบฟอร์มลงไปให้สถานศึกษา และการประเมินครั้งนี้จะไม่ใช่การจับผิด หรือ ลงไปตรวจสอบเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการประเมินฉันท์มิตร โดย 3 ฝ่าย คือ ศธ. สำนักงานรับรอง สมศ. และผู้ทรงคุณวุฒิที่จะลงพื้นที่ ไปทำการประเมินเพื่อช่วยพัฒนาโรงเรียน 

“ การประเมินแบบใหม่ อะไรที่เป็นความขัดแย้ง ต่อไปจะไม่มี จะให้สถานศึกษา จัดทำแผนการจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามาตรฐานการศึกษา และดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนั้น จึงเป็นการประเมินตามสภาพความเป็นจริงของสถานศึกษาเอง อย่างไรก็ตามในการประเมินทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีคนอาสาเข้าติวให้ ที่ผ่านมาตรวจสอบแล้ว มีกว่า 30 บริษัท และการประกาศกฎกระทรวงนี้ทำให้มีคนเสียประโยชน์หลายราย จนผมต้องมีตำรวจติดตามเพิ่ม ขอย้ำว่า การประเมินแบบใหม่ ไม่ต้องมีการติว ถ้าใครไปแอบอ้างว่า จะช่วยเหลือหรือติวให้ก็อย่าไปเชื่อ ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

 
 

 

อ้างอิง : www.matichon.co.th/education/news_1080023||www.matichon.co.th/education/news_1080023

แหล่งที่มา : www.matichon.co.th/education/news_1080023

โพสต์โดย : ธนพงศ์ มงคล

MCP กฤตภาคออนไลน์

Leave a Reply