สมองดีเพราะอารมณ์ดี

สมองดีเพราะอารมณ์ดี   เคยได้ยินมั้ยคะว่าหากเราอารมณ์ดี สมองก็จะปลอดโปร่ง คิดอ่านสิ่งใดก็เป็นเรื่องง่ายดาย เจ้าตัวน้อยของเราก็เหมือนกันค่ะ หากเขาพึงพอใจหรือเป็นสุขใจในการทำสิ่งต่างๆ การเรียนรู้หรือการทำงานของสมองก็จะดีไปด้วย ….เพื่อพัฒนาการสมองที่ดีของลูก จึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาสร้างการเรียนรู้แบบสนุกๆ และตรงกับใจเจ้าตัวน้อยของเรากันค่ะ     สนุกเรียนรู้ = สมองดี สำหรับวัยเยาว์คำว่า ‘อารมณ์ดี’ อาจวัดไม่ได้จากท่าทางหรือพฤติกรรมแสดงออกภายนอก เพราะบุคลิกของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

สมองดีเพราะอารมณ์ดี

 

เคยได้ยินมั้ยคะว่าหากเราอารมณ์ดี สมองก็จะปลอดโปร่ง คิดอ่านสิ่งใดก็เป็นเรื่องง่ายดาย เจ้าตัวน้อยของเราก็เหมือนกันค่ะ หากเขาพึงพอใจหรือเป็นสุขใจในการทำสิ่งต่างๆ การเรียนรู้หรือการทำงานของสมองก็จะดีไปด้วย

….เพื่อพัฒนาการสมองที่ดีของลูก จึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาสร้างการเรียนรู้แบบสนุกๆ และตรงกับใจเจ้าตัวน้อยของเรากันค่ะ
 

 

สนุกเรียนรู้ = สมองดี

สำหรับวัยเยาว์คำว่า ‘อารมณ์ดี’ อาจวัดไม่ได้จากท่าทางหรือพฤติกรรมแสดงออกภายนอก เพราะบุคลิกของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะบอกได้ว่าลูกของเรามีอารมณ์ดีอยู่หรือไม่ ก็คือความพึงพอใจหรือความสุขที่เขามีต่อสิ่งที่กำลังทำค่ะ

ซึ่งสอดคล้องกับการทำงานของสมองเขาโดยตรง โดยเริ่มตั้งแต่แรกเกิดกระทั่งโต สมองของลูกจะมีเซลล์ประสาทธรรมดาที่ยังไม่มีเครือข่ายสายใยประสาท แต่หากมีความพึงพอใจเกิดขึ้น ก็จะมีการปรับโครงสร้างและสารเคมีในสมองได้ โดยเฉพาะในวัยเยาว์เป็นวัยที่มีพัฒนาการรอบด้าน หากเขาได้รับการปฏิสัมพันธ์จากพ่อ แม่ หรือได้ทำกิจกรรมที่สร้างความพึงพอใจ เขาก็จะแสวงหาในสิ่งๆ นั้นต่อ ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้อย่างสนุก และความพึงพอใจนี่เองที่จะทำให้สมองสามารถเรียนรู้อย่างบูรณาการได้

 

เคล็ดลับ…ช่วยหนูอารมณ์ดี

1.หมั่นสังเกตหนูบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกสนุกในการเรียนรู้ หรือความสามารถในการเรียนรู้ของเขาถึงจุดไหน แล้วหากิจกรรมส่งเสริมส่วนที่ลูกมี เช่น สังเกตเห็นว่าลูกเราชอบฟังนิทาน คุณพ่อคุณแม่ลองหาหนังสือนิทานที่มีภาพประกอบสวยงาม เริ่มจากการเล่าให้เขาฟังก่อน พอลูกเริ่มเก่งขึ้น ก็ลองอ่านแบบหน้าเว้นหน้า จากนั้นก็ให้เขาทายซิว่าหน้าต่อไปเป็นอย่างไร

 

2. ให้หนูได้ลองทำก่อน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรตีกรอบในการเล่น หรือฝืนใจลูกนะคะ เพราะนั่นเท่ากับว่าเราปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้ ซึ่งเด็กแต่ละคนมีธรรมชาติหรือพื้นอารมณ์แตกต่างกัน บางคนยังไม่ทันได้เริ่มก็ร้องไห้แล้ว ทั้งๆ ที่เขาอาจพอใจกับสิ่งที่จะทำแต่ไม่กล้าลองก็ได้ค่ะ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งรีบประเมินลูกจากท่าทางที่เห็นในครั้งแรก แต่ควรให้เขาได้ลองทำสิ่งนั้นจริงๆ ก่อน แต่ถ้าทำแล้วลูกไม่ชอบคุณแม่ก็จะสามารถรู้ได้เอง จากการที่เราสังเกต และเรียนรู้ธรรมชาติของลูกค่ะ

 

3. หนูอยากได้สิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย การให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในสถานการณ์หรือสถานที่ที่แตกต่างกันออกไป ถือเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของลูกได้ดีค่ะ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เด็กมีความพึงพอใจและเป็นสุข ต้องจัดให้หลากหลาย มีความยากง่ายแตกต่างกันไป ที่สำคัญต้องเปิดกว้างให้เขาได้เล่น ได้ใช้จินตนาการเต็มที่

 

4.อะ อะ อย่าวิจารณ์หนูนะ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำ คือการวิจารณ์ลูก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เราต้องพยายามไม่ตำหนิ อย่ามองว่าเป็นเรื่องถูกหรือผิด แต่ควรกระตุ้นให้ลูกได้คิด เช่น ลูกวาดรูปต้นมะพร้าว แต่ออกมาไม่เหมือนต้นมะพร้าวทั่วไป คุณแม่ก็อาจบอกเขาว่าน่าสนใจนะ เอ๊…ทำไมเป็นแบบนี้คะ เขาก็จะคิดตาม และอธิบายให้เราฟัง

 

5. พร้อมเรียนรู้ไปกับหนู การจะให้ลูกมีความสุขและได้พัฒนาการทางสมองที่ดี คุณแม่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปกับลูกทุกๆ เรื่องค่ะ เช่น หากเขามีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ คุณแม่ก็อาจต้องย้อนไปหาสาเหตุจากคนรอบข้างจากเพื่อนลูก หรือจากคุณครูที่โรงเรียน เพื่อมาประเมินสิ่งที่ลูกเป็นอยู่ เพราะหากลูกมีความผิดปกติทางอารมณ์จะได้พาไปพบแพทย์ได้ทันเวลาค่ะ

 

6.เชื่อเถอะค่ะ…ว่าหนูพัฒนาได้ เราต้องศรัทธาว่าลูกสามารถพัฒนาได้ คุณพ่อคุณแม่ควรเชื่อว่าเรามีส่วนช่วยให้พัฒนาการของลูกเราดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่แข็งแรงให้ลูกเรียนรู้และเป็นเด็กที่คิดเป็น สร้างสรรค์เป็นในอนาคต

 

7.คุณแม่ต้องพยายามเพื่อหนู เพราะบางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทันที เช่น วิธีเล่น วิธีพูดกับลูก รวมทั้งการทำความเข้าใจในอารมณ์ของเขาด้วย บางทีคุณพ่อคุณแม่อาจรับมือกับลูกด้วยอารมณ์หรือใช้คำพูดที่ไปกระตุ้นอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่อย่าเพิ่งกังวลไปนะคะ เพราะหากเราอดทนและใช้ความพยายามปรับไปเรื่อยๆ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองค่ะ

 

ถ้าลูกมีพัฒนาการที่ไม่เหมาะสม ไม่มีความสุขจากการเรียนรู้ ก็เท่ากับปิดกั้นพัฒนาการทางสมองไม่ให้ก้าวไกลไปด้วยค่ะ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องหมั่นสังเกตและปรับตามพฤติกรรมหรืออารมณ์ของลูกอย่างถูกต้อง เหมาะสมกับช่วงวัยนะคะ
 

โดย: สิริพร สมสกุล

เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ พญ.นลินี เชื้อวณิชชากร กุมารเวชด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ

 

 

อ้างอิง : สมองดีเพราะอารมณ์ดี||http://www.tinyzone.tv/HealthDetail.aspx?ctpostid=2622

แหล่งที่มา : http://www.tinyzone.tv/HealthDetail.aspx?ctpostid=2622

โพสต์โดย : ณพวรรณ์ วงค์ปั๋น

MCP กฤตภาคออนไลน์

Leave a Reply