ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย

ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย   In the blue corner… ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายเนี่ย? คือคำถามแรกที่ผู้คนชอบถามตอนที่ได้รู้ว่าคุณมีลูก นักจิตวิทยาเด็ก ดร.แพท สปันกิน บอกว่า คำตอบจากคุณเริ่มสร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงต่อบุคลิกของทารกน้อย "เพศส่งผลกระทบกับทุกสิ่ง นับจากวินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก ไปจนถึงตอนที่ลูกสบตาคุณในสัปดาห์แรกแห่งชีวิต หรือการเริ่มฝึกสุขนิสัยเกี่ยวกับการขับถ่ายในวัย 18 เดือน

ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย

 

In the blue corner… ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย

เด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายเนี่ย? คือคำถามแรกที่ผู้คนชอบถามตอนที่ได้รู้ว่าคุณมีลูก นักจิตวิทยาเด็ก ดร.แพท สปันกิน บอกว่า คำตอบจากคุณเริ่มสร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงต่อบุคลิกของทารกน้อย "เพศส่งผลกระทบกับทุกสิ่ง นับจากวินาทีแรกที่ลืมตาดูโลก ไปจนถึงตอนที่ลูกสบตาคุณในสัปดาห์แรกแห่งชีวิต หรือการเริ่มฝึกสุขนิสัยเกี่ยวกับการขับถ่ายในวัย 18 เดือน สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องเข้าใจถึงข้อแตกต่างระหว่างเพศ"

 

 
วัย 0-6 เดือน
 
เด็กผู้หญิง
ดร.แพท บอกว่า นับตั้งแต่แรกเริ่ม ทารกหญิงมักชอบเข้าสังคมและมักยิ้มได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย แถมยังยิ้มบ่อยกว่าอีกต่างหาก นั่นหมายความว่าทารกชายแรกเกิดอาจมีทักษะในเรื่องหัวเราะ ยิ้ม และการสบตาน้อยกว่าทารกหญิงนั่นเอง กระนั้นสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูก็มีบทบาทอย่างมาก นอกจากนี้ผลจากการศึกษายังพบว่า พ่อแม่มักกอดรัดและพูดคุยกับลูกสาวมากกว่าลูกชายอีกด้วย
 
เด็กผู้ชาย
ทารกเพศชายมักเกิดมาตัวใหญ่กว่า น้ำหนักเฉลี่ยลูกชายมากกว่าลูกสาวประมาณ 100 กรัม (4 ออนซ์) กุมารแพทย์ ซู ลอเรนท์ บอกว่า ทารกชายจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกแต่ละเพศมีตารางการเติบโตแตกต่างกัน
 
ซู บอกว่า ในโลกนี้ตอนแรกเกิดมีทารกชายมากกว่า อัตราส่วนคือ 51:49 แต่มาสมดุลเอาตอนอายุ 20 เพราะตามสถิติแล้วทารกชายมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากกว่า(ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมากเกินไปจนกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุตอนวัยรุ่น) ทำให้อัตราส่วนกลายเป็น 50 :50 และในโลกความเป็นจริง ทารกชายไม่แกร่งอย่างที่เห็น พวกเขาต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษเพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมที่จำเป็น
 
ส่งเสริมทักษะสำคัญในเด็กผู้ชาย
ช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารให้ลูกชายด้วยการพูดคุย อุ้มขึ้นมา และมองสบตาบ่อยๆ นอกจากนี้การสัมผัสโอบกอดยังช่วยลดฮอร์โมนแห่งความเครียดได้อีกด้วย
 
วัย 6-12 เดือน
 
เด็กผู้หญิง
ในวัยราว 7 เดือน เมื่อเทียบตามตารางน้ำหนักของเด็กผู้หญิงเริ่มไล่ทันเด็กผู้ชายแล้ว ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงกว่าในเด็กผู้หญิงทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา ศาสตราจารย์ไซมอน บารอน จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ บอกว่า สมองของเด็กผู้หญิงมักแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ ส่วนของเด็กผู้ชายมักแสดงออกถึงความเข้าใจ
 
พ่อแม่โปรดระมัดระวังการปฏิบัติที่แตกต่างกันระหว่างเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายเพราะพ่อแม่มักปฏิบัติต่อเด็กผู้หญิงอ่อนโยนกว่า และเมื่อทำผิดพ่อแม่มักเข้าข้างเด็กผู้หญิงมากกว่า ยังมีการศึกษาอีกหนึ่งฉบับ ที่ได้ทำการทดลองโดยแบ่งเด็ก (ชายหญิงปะปนกัน) วัย 9 เดือน ออกเป็น 2 กลุ่ม แล้วทำการสังเกต พวกเขามองเห็นปฏิกิริยาที่แสดงออกแล้วสามารถแยกเพศของเด็กได้ ซึ่งถ้าเป็นเด็กผู้ชายมักแสดงให้เห็นถึง "ความโกรธ" ขณะที่กลุ่มของเด็กผู้หญิงมักแสดงให้เห็นถึง"ความกลัว"
 
เด็กผู้ชาย
เด็กผู้ชาย 70 % มีความสามารถทางการได้ยินด้อยกว่าเด็กผู้หญิงในช่วงวัยนี้ จัดเป็นความแตกต่างทางด้านร่างกาย แต่เป็นส่วนผสมของการจับคู่ที่ผิดพลาดในเรื่องทักษะการสื่อสารระหว่างสองเพศ และเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ว่า ทำไมผู้ชายถึงพูดเสียงดังกว่าผู้หญิง
 
ศาสตราจารย์ไซมอนบอกว่า ระดับเทสโทสเตอโรนของเด็กผู้ชายทำให้ความเชื่อมโยงทางสมองเติบโตเชื่องช้าลงไป จึงต้องพึ่งสมองซีกซ้ายในการแก้ไขปัญหา เป็นสาเหตุที่เด็กผู้ชายมีทักษะทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ดีกว่า แต่มีความสามารถในการสื่อสารแย่กว่านั่นเอง
 
ส่งเสริมทักษะสำคัญใน เด็กผู้หญิง
ทักษะการได้ยินของเด็กหญิงจะไวกว่า ดังนั้นคุณพ่อต้องตระหนักว่าลูกสาวตัวน้อยอาจมองว่าพ่อกำลัง "ตะโกน" แทนการพูด
 

 

วัย 12-18 เดือน
 
เด็กผู้หญิง
ทารกหลายคนเอ่ยคำแรกขึ้นมาในช่วงนี้ และเด็กผู้หญิงจะพูดเป็นประโยคตอนอายุ 14-16 เดือน แต่ถ้าเป็นเรื่องการเดินล่ะก็…ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศ จากการศึกษาพบว่าเด็กผู้หญิงเดินได้เร็วกว่า แต่การศึกษาอีกหลายฉบับบอกว่า เด็กผู้ชายเดินได้ก่อน อย่างไรก็แล้วแต่ ทารกส่วนใหญ่เดินเตาะแตะได้ในวัย 18 เดือน เว้นแต่หนูน้อยก้นหนักที่อาจยังไม่ยอมเดินจนกว่าจะย่างเข้า 2 ขวบไปแล้ว
 
เด็กผู้ชาย
อย่าตกใจถ้าลูกชายของคุณใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะเริ่มพูดและพูดได้ไม่ดีนักจนกว่าจะย่างเข้าสู่วัย 2 ขวบ ส่วนใหญ่ทั้งสองเพศมักพูดจ้อได้ตอนอายุ 18 เดือน หากยังทำไม่ได้อาจต้องพิจารณาถึงปัญหาในด้านพัฒนาการ
 
สำหรับกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม และออติซึ่ม มักปรากฏในเด็กผู้ชายมากเป็น 4 เท่าของเด็กผู้หญิงโดยไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของความยุ่งยากในการสื่อสารของเด็กผู้ชาย ถ้าสงสัยว่าลูกมีปัญหาการสื่อสารให้ไปพบแพทย์เพื่อความสบายใจ
 
(แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม เป็นความบกพร่องของพัฒนาการในด้านทักษะทางสังคม ร่วมกับมีพฤติกรรมหมกมุ่น ทำซ้ำๆ ไม่ยืดหยุ่น จนเกิดผลเสียต่อการเรียน และการเข้าสังคม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเด็กมีระดับสติปัญญาปกติ ขณะที่ออติซึ่มมีอาการคล้ายแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรมแต่รุนแรงกว่า และแอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม มีสาเหตุทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าออติซึ่ม)
 
 
ส่งเสริมทักษะสำคัญใน… เด็กผู้ชาย
จากการศึกษาพบว่าพ่อแม่ที่พูดคุยกับลูกสาวมากกว่าจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ทางสังคมได้ ส่วนการส่งเสริมให้ลูกชายพูดคุยนั้น ให้ชวนคุยให้มากกว่าระดับปกติของเขา เช่น ถ้าลูกพูดแค่คำเดียวให้พูดซ้ำแล้วเสริมอีกคำไปด้วย คุณอาจพูดว่า "รถ ใช่ รถ"
 
วัย 18-24 เดือน
 
เด็กผู้หญิง
พ่อแม่บางคนคิดถึงเรื่องการฝึกสุขลักษณะในด้านการขับถ่ายให้ลูกแล้ว ซึ่งระบบต่างๆ ในร่างกายของเด็กผู้หญิงมักเชื่อมโยงได้เร็วกว่า ซึ่งช่วยให้ควบคุมกระเพาะปัสสาวะและทวารหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนเลิกนุ่งผ้าอ้อมตอนอายุเพียง 2 ขวบ ถึงจุดนี้ไม่ว่าจะเป็นเพศใดลูกวัยเตาะแตะมักจะเคลื่อนไหวไม่อยู่นิ่ง แต่เด็กผู้หญิงมักสนใจการวาดรูปหรือเล่นของเล่นชิ้นเล็กๆ เพราะเด็กผู้หญิงมักมีนิ้วมืออ่อนไหวกว่าเด็กผู้ชายและควบคุมประสาทการเคลื่อนไหวได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย
 
เด็กผู้ชาย
เด็กผู้ชายมักไล่หลังเด็กผู้หญิงในเรื่องฝึกการขับถ่าย ให้ใช้แนวทางที่ผ่อนคลายเพราะลูกชายของคุณอาจยังไม่เติบโตทางสภาพร่างกายมากพอ แต่เนื่องจากมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมากกว่า จึงส่งผลให้ลูกชายมีพลังงานอย่างเหลือเฟือ สังเกตได้ว่าเด็กผู้ชายมักซนกว่าเด็กผู้หญิง จากการศึกษาพบว่าเด็กผู้หญิงมักนั่งเล่นอยู่กับของเล่นแล้วพูดเจื้อยแจ้วไปตามจินตนาการ ขณะเด็กผู้ชายวิ่งไปมา ไม่อยู่นิ่ง
 
ส่งเสริมทักษะสำคัญใน… เด็กผู้หญิง
ลูกสาวตัวน้อยของคุณอาจอยากนั่งอยู่เฉยๆ ให้ดูสวยงาม แต่ให้หาเวลาพาลูกเล่นสนุกอย่างกระปรี้กระเปร่ากระฉับกระเฉงบ้าง เช่น ของเล่นที่ขี่ได้ เล่นกองทราย และเล่นเกมจั๊กจี๋ เป็นต้น


 

 
คุณแม่ของเด็กผู้ชายฟังไว้หน่อย!
ทุกอย่างดูจะเข้าข้างเด็กผู้หญิงไปหมดใช่ไหมเนี่ย? แต่ในระยะยาวไม่ใช่หรอก ลูกชายของคุณจะมีรายได้มากกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ถึง 25 % ตัวใหญ่และแข็งแรงกว่าและมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่าด้วย อ้อ! อีกอย่างคือ เด็กผู้ชายไม่เคยเลิกรักคุณแม่นะจะบอกให้…

ที่มา: women.sanook.com  นิตยสารMother & Baby

 

 

อ้างอิง : ความแตกต่างระหว่างลูกสาวกับลูกชาย||http://www.tinyzone.tv/HealthDetail.aspx?ctpostid=2247

แหล่งที่มา : http://www.tinyzone.tv/HealthDetail.aspx?ctpostid=2247

โพสต์โดย : ณพวรรณ์ วงค์ปั๋น

MCP กฤตภาคออนไลน์

Leave a Reply