5 นิสัยไม่ดีของลูกที่ไม่ควรมองข้าม

5 นิสัยไม่ดีของลูกที่ไม่ควรมองข้าม     ภาพจาก Shutterstock     ความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคนนั้น นอกจากการเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแล้ว การอบรมให้ลูกเป็นคนมีนิสัยที่ดีก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวม5นิสัยไม่ดีของลูกที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ 1. การพูดโกหก บางครั้งการที่คุณพ่อคุณแม่พูดโกหกให้ลูกได้ยินได้เห็นพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยๆ ก็จะทำให้ลูกเกิดการเลียนแบบและเป็นพฤติกรรมติดตัวลูกไปจนโตได้ หรือแม้กระทั่งการที่พ่อแม่ชอบเล่าเรื่องราวต่างๆโดยเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่จริงลงไปเพื่อให้มีรสชาติกับผู้ฟัง อาจทำให้ลูกคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถยอมรับได้ และติดตัวเป็นนิสัยถาวร

5 นิสัยไม่ดีของลูกที่ไม่ควรมองข้าม

 

ภาพจาก Shutterstock

 

ภาพจาก Shutterstock


 

ความปรารถนาของพ่อแม่ทุกคนนั้น นอกจากการเลี้ยงลูกให้เติบโตขึ้นเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแล้ว การอบรมให้ลูกเป็นคนมีนิสัยที่ดีก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งวันนี้ผู้เขียนได้รวบรวม5นิสัยไม่ดีของลูกที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่



1. การพูดโกหก บางครั้งการที่คุณพ่อคุณแม่พูดโกหกให้ลูกได้ยินได้เห็นพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยๆ ก็จะทำให้ลูกเกิดการเลียนแบบและเป็นพฤติกรรมติดตัวลูกไปจนโตได้ หรือแม้กระทั่งการที่พ่อแม่ชอบเล่าเรื่องราวต่างๆโดยเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่จริงลงไปเพื่อให้มีรสชาติกับผู้ฟัง อาจทำให้ลูกคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถยอมรับได้ และติดตัวเป็นนิสัยถาวร การโกหกเล็กๆน้อยๆจะนำไปสู่การพูดปดที่ติดเป็นสันดานได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่จะเปิดโอกาสให้ลูกต้องโกหก อีกทั้งให้เราเป็นพ่อแม่ที่เปิดเผยและจริงใจกับลูกดีกว่า อย่าให้ลูกซึมซับนิสัยโกหกหรือการพูดเล่นไร้สาระ เพราะลูกจะคิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในสังคม เราควรปลูกฝังให้ลูกเข้าใจว่าการพูดความจริงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญแม้ว่าผลที่ตามมานั้นจะไม่น่าพอใจเท่าไหร่ก็ตาม



2. ไม่สนใจเมื่อเวลาเราพูดด้วย อาจจะเป็นการยากที่จะทำให้ลูกฟังเราพูดทุกครั้ง แต่อย่าให้ลูกติดเป็นนิสัยในการเพิกเฉยเมื่อพ่อแม่พูดด้วย เด็กต้องรู้ว่าการกระทำอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่ควรกระทำ ซึ่งหากเราเพิกเฉยต่อพฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้ลูกรู้สึกว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ดังนั้นการสอนให้ลูกรู้จักเคารพและเชื่อฟังเป็นสิ่งที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกฝนได้โดยวิธีสบตากับลูกก่อนที่จะบอกให้ลูกทำอะไร ให้โอกาสลูกที่จะฟังเราพูดจนจบหนึ่งครั้ง หากลูกยังเพิกเฉยต่อการกระทำหรือคำพูดของเรา ควรจัดการกับลูก เช่น ลูกอาจจะต้องนั่งอยู่ดูพี่น้องคนอื่นเล่นที่สนามหากไม่ใส่รองเท้าให้เรียบร้อย หรือเมื่อลูกโตขึ้นและต้องรู้จักการรับผิดชอบทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ แต่ลูกไม่ปฏิบัติตามเราอาจจะต้องงดกิจกรรมอื่นๆที่ลูกต้องการจะทำเพื่อให้ลูกทำงานที่ได้รับมอบหมายจากพ่อแม่ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน



3. ตั้งใจทำร้ายผู้อื่น สิ่งนี้เป็นเหมือนกฏที่สำคัญที่เราควรจะบอกให้รู้ว่าการทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายและไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม เด็กเล็กๆมักจะชอบออกนอกขอบเขตที่วางไว้และชอบทดลองอำนาจที่เขามี เพราะสำหรับเด็กเล็กๆนั้นการแสดงความโกรธด้วยการตี เตะ หรือกัดเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าสามารถทำได้เมื่อโกรธ แต่เราในฐานะผู้ปกครองในบ้าน ต้องสอนให้รู้ว่าการแสดงออกโดยการทำร้ายผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และการตีผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ อีกประการหนึ่งคือการตัดไฟก่อนแต่ต้นลม เมื่อเห็นว่าจะมีสถานการณ์การทะเลาะวิวาทตามมาเราควรจัดการกับสถานการณ์นั้นก่อนที่จะเกิดขึ้น สำหรับการที่เด็กเล็กๆทะเลาะกันเราต้องหยุดพฤติกรรมนั้นทันทีไม่ว่าจะเป็นการกัดหรือตีโดยการแยกคู่กรณีออกจากกันก่อน และบอกเด็กๆว่าเราไม่อนุญาตให้มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น ตัวผู้ปกครองเองนั้นก็ควรเป็นตัวอย่างที่ดีด้วยโดยการที่ไม่ควรแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือทำร้ายร่างกายกันต่อหน้าเด็กเพราะเด็กจะซึมซับและทำตาม 



4.วิ่งหนีจากผู้อื่น พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อถึงเวลานอนแล้วพ่อแม่พาลูกไปนอน แต่ลูกไม่ยอมนอนและพยายามวิ่งหนี เราควรใช้อำนาจและแสดงให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องและควรกระทำคืออะไร เพราะการหลบหลีก การวิ่งหนี อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัยตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราออกไปข้างนอกบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญที่ลูกจะต้องอยู่ใกล้ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพราะลูกจะพลัดหลงหายและเกิดอันตรายได้ ดังนั้นเราไม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกวิ่งหนีหายไป เราควรใช้วิธีวางลูกไว้ในรถเข็น หรือมีที่ผูกข้อมือเมื่อเวลาไปในที่ต่างๆ



5. ชอบพูดแซงในขณะที่คนอื่นกำลังพูด เด็กส่วนใหญ่นั้นมักจะชอบพูดแซงขึ้นมาในขณะที่คนอื่นกำลังพูด สิ่งนี้เป็นการสร้างนิสัยที่หยาบคายสำหรับลูก ในวัยเด็กเล็กมักจะรู้สึกตื่นเต้นและต้องการพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา จึงมักจะใช้วิธีพูดขัดจังหวะการพูดของผู้อื่น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องสอนให้ลูกรู้จักอดทนและรอคอย วิธีการหนึ่งที่จะสอนลูกได้คือเมื่อลูกต้องการจะพูดอะไรให้ลูกวางมือของลูกบนหัวไหล่ของคุณพ่อคุณแม่ และคุณพ่อคุณแม่อาจจะจับมือของลูกไว้เมื่อกำลังสนทนากับคนอื่น และบีบมือของลูกเป็นสัญญาณว่าลูกสามารถจะพูดได้ และเมื่อถึงเวลาที่ลูกพูดเราต้องเปิดโอกาสให้ลูกได้พูดอย่างเต็มที่และให้ความสนใจกับสิ่งที่ลูกพูดอย่างเต็มที่ด้วย 



เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความปลอดภัย ความเป็นอยู่ และเรื่องของอาหารการกินทั้งสามมื้อ นอกจากนี้แล้วการเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบยังต้องไม่ควรละเลยในการอบรมให้ลูกมีนิสัยที่ดี เช่น สอนให้ลูกมีความรับผิดชอบในการทำงาน เป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เป็นคนอ่อนโยนน่ารัก เพื่อที่ลูกของเราจะเป็นคนที่มีนิสัยที่ดีเหล่านี้ติดตัวไปจนโต เป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ

 

 

อ้างอิง : https://mgronline.com||https://mgronline.com/qol/detail/9610000044462

แหล่งที่มา : https://mgronline.com/qol/detail/9610000044462

โพสต์โดย : ธณัฐวรรณ โอวาทสาร

MCP กฤตภาคออนไลน์

Leave a Reply