Thailand (The Golden Age of Empire)

Hello! 😜😜 My name is Tatchagorn Phimolsiri grade 5/5 No.28!  Today I’ll tell you the history of Thailand,Thai golden age and information of Thailand! -Let’s start with the HISTORY OF THAILAND Literally means “Land of the Free”, Thailand can boast its distinction being the only one country in Southeast Asia that has remained independent and…

The Empire of Greek

ด.ญ รัฐชานันท์ จารุสวัสดิื ป.5/3 เลขที่8 อารยธรรมกรีกที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้ประกอบด้วยอารยธรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่อารยธรรมของชาวกรีกโบราณหรืออารยธรรมเฮลเลนิก (Hellenic Civilizaton, ปี 750-336 ก่อนคริสต์ศักราช) และ อารยธรรมเฮลเลนิสติก (Hellenistic Civilization, ปี 336-31 ก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กรีกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิมาซิโดเนีย (Macedonia) และเป็นอารยธรรมที่ผสมผสานกับความเจริญที่รับจากดินแดนรอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดอารยธรรมกรีกโดยรวม คือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ชาวกรีกโบราณ และระบอบนครรัฐกรีก ที่ตั้ง อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นในบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลข่านและชายฝั่งทะเลอีเจียน ซึ่งกั้นระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและเอเชียไมเนอร์ บริเวณเหล่านี้อยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งรายรอบด้วยอารยธรรมสำคัญของโลก คืออารยธรรมอียิปต์และเมโสโปเตเมีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้กับเกาะครีตซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization ประมาณปี 2000-1400 ก่อนคริสต์ศักราช) ที่เกิดจากการผสมผสานอารยธรรมของดินแดนในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีโอกาสรับและแลกเปลี่ยนความเจริญด้านต่างๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์จากเกาะครีต อนึ่ง พื้นที่ในคาบสมุทรบอลข่านตอนใต้ยังประกอบด้วยภูเขาและที่ราบสูงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการรวมศูนย์อำนาจปกรอง ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีการปกครองแบบนครรัฐและมักเกิดสงครามระหว่างนครรัฐ เช่น กรณีนครรัฐสปาร์ตา (Sparta) ทำสงครามรุกรานกรุงเอเธนส์ อนึ่ง กรีกยังมีพื้นที่ราบเพาะปลูกไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้เพียงอย่างเดียว แต่สภาพที่ตั้งซึ่งมีชายฝั่งทะเลและท่าเรือที่เหมาะสมจำนวนมาก ชาวกรีกจึงสามารถประกอบอาชีพประมงและเดินเรือค้าขายกับดินแดนต่างๆ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมทั้งมีโอกาสขยายอิทธิพลไปยึดครองดินแดนอื่นๆ ในเขตเอเชียไมเนอร์ด้วย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดอารยธรรมต่อกัน…

ยุคทองของไทย

ด.ช.กฤตภาส    ชะไวย์วีรกุล  ป.5/8  เลขที่20 ยุคทองของประเทศไทยอยู่ช่วงยุคไหน                             อาณาจักรอยุธยาเป็นอาณาจักรของชนชาติไทยในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วง พ.ศ. 1893 ถึง พ.ศ. 2310 มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจหรือราชธานี ทั้งยังมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ จนถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติเช่น จีน เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น เปอร์เซีย รวมทั้งชาติตะวันตก เช่น โปรตุเกส สเปน เนเธอร์แลนด์ (ฮอลันดา) อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งเคยสามารถขยายอาณาเขตประเทศราชถึงรัฐชานของพม่า อาณาจักรล้านนา มณฑลยูนนาน อาณาจักรล้านช้าง อาณาจักรขอม และคาบสมุทรมลายูในปัจจุบัน   Royal Cusinie: ยุคทองของขนมไทย ในมือ “ท้าวทองกีบม้า”   กะหรี่ปั๊บ, ขนมหม้อแกง, ทองม้วน, ทองหยอด, ทองหยิบ, ฝอยทอง, สังขยา, ขนมผิง ล้วนเป็นขนมไทยโบราณที่คนไทยเรารู้จักกันดี แต่คราใดก็ตามที่ลิ้มรสขนมอร่อยๆเหล่านี้ โปรดทราบว่าความอร่อยนี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา…โดยมาจากการสร้างสรรค์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่เมื่อสามร้อยกว่าปีที่แล้ว และที่สำคัญเธอไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซนต์เสียด้วย เธอชื่อมารี กีมาร์ ลูกครึ่งโปรตุเกส เบงกอล และญี่ปุ่น บิดามารดาของเธอได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ได้มีพระราโชบายในการคบค้าสมาคมกับชาวต่างประเทศ ครอบครัวของมารี…

1.หลอดไฟ LED 2.แป้นขนมปัง (Bread Board) 3.สายไฟ (jump wire) ทั้งหมด 5 เส้น 4.Arduino Uno R3 Board 5.ตัวต้านทาน (Resistor)(220 ohm and 10 Kohm) ทั้งหมด 2 อัน 6.เซ็นเซอร์รับเเสง (LDR)   วิธีทำ 1.นำหลอดไฟ LED ไปเสียบลงใน Bread Board 2.นำ 220 ohm Resistor มาเสียบลงที่หลอดไฟ LED ขายาว (+) 3.นำสายไฟ (jump wire) จำนวน 2 เส้น มาต่อวงจรตามรูปภาพ…

  COMPUTER AND TECHNOLOGY Easy project with Arduino Uno (3): LDR with LED สวัสดีครับมาเจอกันกับผมอีกเเล้วนะครับ วันนี้ปังปอนด์จะพาเพื่อนๆมาทดลองทำ Project ง่ายๆกับ Arduino Board กันอีกครั้งนะครับ ถ้าเพื่อนๆพร้อมกันแล้วเราไปดูพร้อมๆกันเลยครับ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1.หลอดไฟ LED 2.แป้นขนมปัง (Bread Board) 3.สายไฟ (jump wire) ทั้งหมด 5 เส้น 4.Arduino Uno R3 Board 5.ตัวต้านทาน (Resistor)(220 ohm and 10 Kohm) ทั้งหมด 2 อัน 6.เซ็นเซอร์รับเเสง (LDR)   วิธีทำ 1.นำหลอดไฟ LED ไปเสียบลงใน Bread Board 2.นำ 220…

ประวัติของประเทศจีน

ประเทศจีน มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนตัวย่อ: 中华人民共和国; จีนตัวเต็ม: 中華人民共和國; พินอิน: Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó; อังกฤษ: People’s Republic of China (PRC)) เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออก เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กว่า 1400 ล้านคน เป็นรัฐพรรคการเมืองเดียวปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแบ่งการปกครองออกเป็น 22 มณฑล (ไม่รวมพื้นที่พิพาทไต้หวัน), 5 เขตปกครองตนเอง, 4 เทศบาลนคร (ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง), และ 2 เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกงและมาเก๊า ประเทศจีนมีพื้นที่ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร นับเป็นประเทศที่มีพื้นที่ทั้งหมดใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 3 หรือ 4 แล้วแต่วิธีการวัด ลักษณะภูมิประเทศของจีนมีความหลากหลาย ตั้งแต่ป่าสเต็ปป์และทะเลทรายในพื้นที่แห้งแล้งทางตอนเหนือของประเทศติดกับประเทศมองโกเลียและไซบีเรียของรัสเซีย และป่าฝนกึ่งโซนร้อนในพื้นที่ชื้นทางใต้ซึ่งติดกับเวียดนาม ลาว และพม่า ส่วนภูมิประเทศทางตะวันตกนั้นขรุขระและเป็นที่สูง โดยมีเทือกเขาหิมาลัยและเทือกเขาเทียนชานกั้นเป็นพรมแดนตามธรรมชาติกับประเทศอินเดีย เนปาล และเอเชียกลาง ในทางตรงกันข้าม แนวชายฝั่งด้านตะวันออกของจีนแผ่นดินใหญ่นั้นเป็นที่ราบต่ำ และมีแนวชายฝั่งยาว 14,500 กิโลเมตร (ยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลก) ซึ่งติดต่อกับทะเลจีนใต้ทางใต้ และทะเลจีนตะวันออกทางตะวันออก นอกจากนี้ยังมีประเทศที่เป็นเกาะอยู่ใกล้เคียง ได้แก่ เกาหลี และญี่ปุ่น อารยธรรมจีนโบราณ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งอารยธรรมยุคแรกเริ่มของโลก เจริญรุ่งเรืองในลุ่มแม่น้ำเหลืองอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งไหลผ่านที่ราบลุ่มจีนเหนือ[7] จีนยึดระบบการเมืองแบบราชาธิปไตยหลายสหัสวรรษ จีนรวมกันเป็นปึกแผ่นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ฉินเมื่อ 221 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนราชวงศ์สุดท้าย ราชวงศ์ชิง สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1912 ด้วยการสละราชสมบัติของจักรพรรดิผู่อี๋ พร้อมกันกับการสถาปนาสาธารณรัฐจีนโดยพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคชาตินิยมจีน…

ประวัติศาสตร์อารยธรรมโรมัน

ด.ช.ชวิช สามนนถี ป.5/6 เลขที่ 36 ประวัติศาสตร์อารยธรรมโรมัน   อารยธรรมโรมันมีศูนย์กลางอยู่ที่แหลมอิตาลี เป็นอารยธรรมของพวกอินโด-ยูโรเปียนเผ่าละติน (Latin) ซึ่งอพยพจากทางตอนเหนือมาตั้งถิ่นฐานในแหลมอิตาลีเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และเรียกตัวเองว่า “โรมัน” พวกโรมันได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองดินแดนที่เป็นศูนย์กลางความเจริญของอารยธรรมเฮลเลนิสติกซึ่งสลายเมื่อประมาณปี 146 ก่อนคริสต์ศักราช และดินแดนอื่นๆ ทั้งในยุโรปและแอฟริกาเหนือ ทำให้อารยธรรมของโลกตะวันออกซึ่งผสมผสานอยู่ในอารยธรรมกรีกได้ขยายเข้าไปในทวีปยุโรป และเป็นรากฐานของอารยธรรมตะวันตกในปัจจุบัน ปัจจัยส่งเสริมการขยายอำนาจของจักรวรรดิโรมัน จักรวรรดิโรมันขยายอำนาจที่ยิ่งใหญ่เหนือดินแดนต่างๆ นานหลายร้อยปี โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการขยายอำนาจของโรมันคือ สภาพภูมิศาสตร์ของแหลมอิตาลี ระบอบการปกครอง และกองทัพโรมัน   สภาพภูมิศาสตร์ของแหลมอิตาลี แหลมอิตาลีตั้งอยู่กึ่งกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งสะดวกต่อการติดต่อกับเอเชียไมเนอร์และยุโรปตอนใต้ นอกจากนี้รูปร่างของแหลมอิตาลียังเปรียบเสมือนรองเท้าบูตที่ยื่นเข้าไปในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้สามารถติดต่อกับดินแดนรอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะตอนเหนือของทวีปแอฟริกา อนึ่ง ตอนเหนือของแหลมอิตาลีแม้จะมีเทือกเขาแอลป์ (Alps) ขวางกั้นแต่ชาวโรมันก็สามารถติดต่อกับดินแดนตอนกลางของยุโรปได้ไม่ยากนักเนื่องจากมีช่องเขาที่สามารถเดินทางผ่านได้ นอกจากนี้ชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียดของแหลมอิตาลีก็ช่วยให้ชาวโรมันติดต่อกับดินแดนอื่นๆได้สะดวก ลักษณะที่ตั้งดังกล่าวแม้จะเคยเป็นจุดอ่อนที่เปิดโอกาสให้ศัตรูที่เข้มแข็งกว่าเข้ามารุกรานชาวโรมันสมัยโบราณได้โดยง่าย แต่ในทางตรงข้าม ชาวโรมันก็ใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิศาสตร์ของตนในการรุกรานดินแดนอื่นๆ ทั่วทุกทิศ จนขยายอำนาจเป็นจักรวรรดิโรมันในเวลาต่อมา สภาพภูมิศาสตร์ของแหลมอิตาลียังมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมเอกภาพของชาวโรมัน ลักษณะภูมิประเทศของแหลมอิตาลี แม้จะมีเทือกเขาอะเพนไนน์ (Apennine) ทอดขนานตามความยาวของรองเท้าบูต แต่เทือกเขานี้ก็ไม่สูงชันเหมือนกับภูเขาในดินแดนกรีก จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการติดต่อค้าขายภายในและการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง นอกจากนี้…

อารยธรรมอินเดีย

การแพร่ขยายและการถ่ายทอดอารยธรรมอินเดีย ในการศึกษาอารยธรรมโบราณของอินเดีย สิ่งหนึ่งที่เราพบก็คือความต่อเนื่องของวัฒนธรรมอินเดียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนว่าอารยธรรมที่สำคัญ ๆ ของโลกนี้จะมีอารยธรรมอินเดียและจีนเท่านั้นที่ยังคงประพฤติ ปฏิบัติกันอยู่เหมือนเช่นพันปีที่ผ่านมา ในทางตรงข้ามหากเราพิจารณาอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก เราจะพบการเสื่อมสลายขาดความต่อเนื่องของอดีตกับปัจจุบันในอินเดียปัจจุบันเรายังคงเห็นและได้ยินการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ใช้บทสวด ซึ่งเคยใช้กันมานับพันปี เรายังคงเห็นว่าประชาชนของอินเดียเคร่งครัดต่อคติ ค่านิยม หรือกฎเกณฑ์อันเนื่องมาจากการจัดระเบียบทางสังคมหรือระบบวรรณะอย่างไรก็ตามการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณของอินเดียนั้นมิได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่งช่วง หลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านี้เรื่องราวของอินเดียโบราณปรากฏอยู่ในเอกสารของกรีก ซึ่งก็ปรากฏอยู่น้อยมาก ผู้ศึกษาเรื่องราวของอินเดียในยุคแรก ๆ นั้นเป็นพวกมิชชันนารี ซึ่งประสบความสำเร็จในการศึกษาไวยากรณ์ภาษาสันสกฤต แต่ก็มิได้ทำให้เข้าใจอดีตของอินเดียอย่างแท้จริง เพราะมิชชันนารีศึกษาเฉพาะสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่เท่านั้นการศึกษาเรื่องราวของอินเดียตั้งแต่ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งมาถึงต้น ๆ คริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้นส่วนใหญ่จะเป็น การศึกษา ภาษา วรรณกรรม มีการแปลวรรณกรรมสำคัญ ๆของอินเดีย เช่น ภควัตคีตา จึงทำให้ไม่ได้ภาพของอินเดียที่แท้จริง บางกรณีก็ยังเชื่อว่า อารยธรรมอินเดียเริ่มต้น และเกิดขึ้นโดยชาวอารยัน กระทั่งศตวรรษที่ 20 การขุดค้นทางโบราณคดีอย่างจริงจัง จึงเกิดขึ้น มีการจัดตั้งกองโบราณคดีโดยมี Sir John Marshall เป็นผู้อำนวยการ และหลังจากนั้นการขุดค้นอย่างมีระบบก็เกิดขึ้น ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของกองโบราณคดีนี้ก็คือ การค้นพบอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ…

Example Project 1: Pasts of Arduino UNO and Basic components

Name waratchaya No.37 Class 5/4   Parts of Arduino UNO cr;https://www.google.com/search?q=+Arduino+UNO&tbm=isch&ved=2ahUKEwjD68fXh9DlAhVRA48KHQ6GChgQ2-cCegQIABAA&oq=+Arduino+UNO&gs_l=img.3..0i67l6j0l4.4164.4164..4472…0.0..0.102.102.0j1……0….1..gws-wiz-img.wrVstWVCRUA&ei=xta_XcPwDNGGvASOjKrAAQ&bih=789&biw=1440&rlz=1C1NHXL_enTH807TH871#imgrc=Cqsc0gtnVLxIoM 1.Power USB port cr:https:https://www.google.com/search?q=Reset+botton+uno&tbm=isch&ved=2ahUKEwjj8YnA5fPlAhXFko8KHRYyCWUQ2-cCegQIABAA&oq=Reset+botton+uno&gs_l=img.3…2510.9059..9617…1.0..0.142.671.0j5……0….1..gws-wiz-img…….0i10i30.SQOyodCq7-c&ei=xJLSXeP_LMWlvgSW5KSoBg&bih=657&biw=1366#imgrc=wlYpLsw9dApSTM 2.Power (Barrel Jack) https://www.google.com/search?rlz=1C1NHXL_enTH807TH871&biw=1440&bih=789&tbm=isch&sa=1&ei=Y0XSXe21GoyZ4-EPkqiYgA8&q=2.Power+%28Barrel+Jack%29+uno&oq=2.Power+%28Barrel+Jack%29+uno&gs_l=img.3…4572.7268..7619…0.0..0.76.273.4……0….1..gws-wiz-img.SMqGoBLEokw&ved=0ahUKEwit86Ham_PlAhWMzDgGHRIUBvAQ4dUDCAc&uact=5#imgrc=3qPB-LovGYm9_M: 3.Analog pins   https://www.google.com/search?q=Analog+pins&sxsrf=ACYBGNRphiarQM428P45DGWxXpR0hRMM8g:1574081171413&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwj5-8ao5fPlAhX_zjgGHQ15DuMQ_AUIEigB&biw=1366&bih=657#imgrc=CMzv2dYhsY6BuM 4.Power LED indicator https://www.google.com/search?rlz=1C1NHXL_enTH807TH871&biw=1440&bih=789&tbm=isch&sa=1&ei=90XSXbAojYPj4Q-r1Zh4&q=4.Power+LED+indicator+uno&oq=4.Power+LED+indicator+uno&gs_l=img.3…6189.12085..12876…0.0..0.83.318.4……0….1..gws-wiz-img.RL_17coSa7Q&ved=0ahUKEwjw_9CgnPPlAhWNwTgGHasqBg8Q4dUDCAc&uact=5#imgrc=4c7AbWZGT_8JGM: 5.P0wer Pins https://www.google.com/search?rlz=1C1NHXL_enTH807TH871&biw=1440&bih=789&tbm=isch&sa=1&ei=P0bSXYbzD5qS4-EPg6WXsAI&q=5.P0wer+Pins+uno&oq=5.P0wer+Pins+uno&gs_l=img.3…1713.4356..4643…0.0..0.249.472.3j0j1……0….1..gws-wiz-img.6kN5BJL-Gj0&ved=0ahUKEwjGjovDnPPlAhUayTgGHYPSBSYQ4dUDCAc&uact=5#imgrc=jUneTfDScCDS9M: 6.Reset botton https://www.google.com/search?q=Reset+botton+uno&tbm=isch&ved=2ahUKEwjj8YnA5fPlAhXFko8KHRYyCWUQ2-cCegQIABAA&oq=Reset+botton+uno&gs_l=img.3…2510.9059..9617…1.0..0.142.671.0j5……0….1..gws-wiz-img…….0i10i30.SQOyodCq7-c&ei=xJLSXeP_LMWlvgSW5KSoBg&bih=657&biw=1366#imgrc=wlYpLsw9dApSTM 7.TX and RX LED https://www.google.com/search?q=tx+and+RX+LEDuno&tbm=isch&ved=2ahUKEwi_traq5vPlAhUWaY8KHbzPCRQQ2-cCegQIABAA&oq=tx+and+RX+LEDuno&gs_l=img.3…24803.30964..31562…0.0..0.282.1139.0j4j2……0….1..gws-wiz-img…….35i39.n8080ofOLOA&ei=o5PSXf_YLpbSvQS8n6egAQ&bih=657&biw=1366#imgrc=mPYLS6zxnkagCM 8. I.C. https://www.google.com/search?q=8.+I.C.uno&tbm=isch&ved=2ahUKEwit-JC65vPlAhWo3nMBHerbBpwQ2-cCegQIABAA&oq=8.+I.C.uno&gs_l=img.3…69700.73042..73990…0.0..0.296.414.0j1j1……0….1..gws-wiz-img…….0.OMIrcazfjxI&ei=xJPSXa2GK6i9z7sP6reb4Ak&bih=657&biw=1366#imgrc=BgFEHfqxlB0tsM 9.Digitals pins https://www.google.com/search?q=Digitals+pins+uno&tbm=isch&ved=2ahUKEwiSpN2T5_PlAhWazXMBHcE_D1wQ2-cCegQIABAA&oq=Digitals+pins+uno&gs_l=img.3…26111.31700..32578…0.0..0.145.792.0j6……0….1..gws-wiz-img.Wix9YUsAkQo&ei=gJTSXZLkJJqbz7sPwf-84AU&bih=657&biw=1366#imgrc=qc6PHDiZttOpmM&imgdii=_aKt9DxcDDJhOM Basic components LED https://www.google.com/search?q=Basic+components+LED&tbm=isch&ved=2ahUKEwiyqv-55_PlAhW20jgGHTgSC-QQ2-cCegQIABAA&oq=Basic+components+LED&gs_l=img.3…117386.122024..123371…1.0..0.132.132.0j1……0….1..gws-wiz-img…..10..35i362i39.py335sEZ8z8&ei=0JTSXbKCNLal4-EPuKSsoA4&bih=657&biw=1366#imgrc=C4Phf5NCQwU7uM Breadboard https://www.google.com/search?q=Basic+components+Breadboard&tbm=isch&ved=2ahUKEwj819X15_PlAhXWg48KHcrgCe8Q2-cCegQIABAA&oq=Basic+components+Breadboard&gs_l=img.3…75218.75969..77000…0.0..0.287.428.0j1j1……0….1..gws-wiz-img…….35i39j0i19.oRA3egYbFSc&ei=TZXSXbz9PNaHvgTKwaf4Dg&bih=657&biw=1366#imgrc=RzmLm4Q18JS5AM Resistor https://www.google.com/search?q=Basic+componentsResistor&tbm=isch&ved=2ahUKEwjynJOb6PPlAhWPHbcAHXbxBkkQ2-cCegQIABAA&oq=Basic+componentsResistor&gs_l=img.3…169373.170941..172741…0.0..0.154.289.0j2……0….1..gws-wiz-img…….35i39j0i19.56LDdJpc2wU&ei=nJXSXfLeJI-73LUP9uKbyAQ&bih=657&biw=1366#imgrc=toqAeZEewLNmXM Jumper wires https://www.google.com/search?q=Jumper+wires&tbm=isch&ved=2ahUKEwiyt5Xu6PPlAhXe2nMBHUWSCRAQ2-cCegQIABAA&oq=Jumper+wires&gs_l=img.3..0j0i30l9.174789.176442..177081…1.0..0.142.142.0j1……0….1..gws-wiz-img…..10..35i362i39.WCwM-s65GNE&ei=SpbSXbLqKt61z7sPxaSmgAE&bih=657&biw=1366#imgrc=ypED9EO9uk8xlM…

The Empire of China

The Empire of China was a short-lived attempt by statesman and general   Yuan Shikai   from late 1915 to early 1916 to reinstate monarchy in China, with himself as the Hongxian Emperor (洪憲皇帝; Hóngxiàn Huángdì). The attempt was ultimately a failure; it set back the Chinese republican cause by many years and fractured China into a period of conflict between various local warlords.

India

India Name Tanut Siripipattanamongkon 5/4 no. 19 From Wikipedia, the free encyclopedia   https://www.youtube.com/watch?v=NFczNHrbXB0 History Main articles: History of India and History of the Republic of India Ancient India (Top) A pre-14th century CE manuscript of the Rigveda, which was composed from 1500 BCE to 1200 BCE and subsequently orally transmitted. (Bottom) The “Battle at Lanka,” a scene from…

อารยธรรมอียิปต์

อารยธรรมอียิปต์จักรวรรดิอียิปต์เพิ่มขึ้นในช่วงของอาณาจักรใหม่ (ค. 1570 – ค. 1,069 ก่อนคริสตศักราช) เมื่อประเทศมีความมั่งคั่งความมั่งคั่งศักดิ์ศรีระหว่างประเทศและอำนาจทางทหาร อาณาจักรทอดยาวจากซีเรียที่ทันสมัยในภาคเหนือไปจนถึงซูดานที่ทันสมัยในภาคใต้และจากพื้นที่ของจอร์แดนในทิศตะวันออกไปยังลิเบียทางทิศตะวันตก ตั้งแต่อาณาจักรขึ้นและลงในช่วงอาณาจักรใหม่นักประวัติศาสตร์กล่าวถึงช่วงเวลาว่าเป็นอาณาจักรใหม่หรืออาณาจักรอียิปต์สลับกันได้ อารยธรรมอียิปต์เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 3500 ปีก่อนคริสต์ศักราชหรือ 5500 ปีมาแล้ว ในบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา เป็นอารยธรรมที่มี               ความเจริญรุ่งเรืองในด้านต่างๆ และมีพัฒนาการสืบเนื่องต่อมาหลายพันปี 1.ปัจจัยที่ส่งเสริมการหล่อหลอมอารยธรรมอียิปต์ อารยธรรมอียิปต์ได้ชื่อว่าเป็นของขวัญจาก แม่น้ำไนล์ (The girt of the Nile) เนื่องจากลักษณะที่ตั้งของอียิปต์และสภาพภูมิศาสตร์ในลุ่มแม่น้ำไนล์มี อิทธิพล                      ต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ และการสร้างสรรค์อารยธรรมอียิปต์ นอกจากนี้แล้ว ระบอบการปกครองตลอดจนภูมิปัญญาของชาวอียิปต์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริม           การสร้างสรรค์อารยธรรมของอียิปต์ ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้ง สภาพภูมิศาสตร์ของอียิปต์โดยทั่วไปมีลักษณะร้อนและแห้งแล้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตทะเลทรายซึ่งไม่เอื้อต่อการเพาะปลูก ยกเว้นบริเวณ 2 ฝั่งแม่น้ำไนล์       …

อารยธรรมอินเดีย

การแพร่ขยายและการถ่ายทอดอารยธรรมอินเดีย ในการศึกษาอารยธรรมโบราณของอินเดีย สิ่งหนึ่งที่เราพบก็คือความต่อเนื่องของวัฒนธรรมอินเดียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนว่าอารยธรรมที่สำคัญ ๆ ของโลกนี้จะมีอารยธรรมอินเดียและจีนเท่านั้นที่ยังคงประพฤติ ปฏิบัติกันอยู่เหมือนเช่นพันปีที่ผ่านมา ในทางตรงข้ามหากเราพิจารณาอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีก เราจะพบการเสื่อมสลายขาดความต่อเนื่องของอดีตกับปัจจุบันในอินเดียปัจจุบันเรายังคงเห็นและได้ยินการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ใช้บทสวด ซึ่งเคยใช้กันมานับพันปี เรายังคงเห็นว่าประชาชนของอินเดียเคร่งครัดต่อคติ ค่านิยม หรือกฎเกณฑ์อันเนื่องมาจากการจัดระเบียบทางสังคมหรือระบบวรรณะอย่างไรก็ตามการศึกษาประวัติศาสตร์โบราณของอินเดียนั้นมิได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่งช่วง หลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านี้เรื่องราวของอินเดียโบราณปรากฏอยู่ในเอกสารของกรีก ซึ่งก็ปรากฏอยู่น้อยมาก ผู้ศึกษาเรื่องราวของอินเดียในยุคแรก ๆ นั้นเป็นพวกมิชชันนารี ซึ่งประสบความสำเร็จในการศึกษาไวยากรณ์ภาษาสันสกฤต แต่ก็มิได้ทำให้เข้าใจอดีตของอินเดียอย่างแท้จริง เพราะมิชชันนารีศึกษาเฉพาะสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่เท่านั้นการศึกษาเรื่องราวของอินเดียตั้งแต่ครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งมาถึงต้น ๆ คริสต์ศตวรรษที่ 20 นั้นส่วนใหญ่จะเป็น การศึกษา ภาษา วรรณกรรม มีการแปลวรรณกรรมสำคัญ ๆของอินเดีย เช่น ภควัตคีตา จึงทำให้ไม่ได้ภาพของอินเดียที่แท้จริง บางกรณีก็ยังเชื่อว่า อารยธรรมอินเดียเริ่มต้น และเกิดขึ้นโดยชาวอารยัน กระทั่งศตวรรษที่ 20 การขุดค้นทางโบราณคดีอย่างจริงจัง จึงเกิดขึ้น มีการจัดตั้งกองโบราณคดีโดยมี Sir John Marshall เป็นผู้อำนวยการ และหลังจากนั้นการขุดค้นอย่างมีระบบก็เกิดขึ้น ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของกองโบราณคดีนี้ก็คือ การค้นพบอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ…

History of Egypt

The history of Egypt has been long and wealthy, due to the flow of the Nile River with its fertile banks and delta, as well as the accomplishments of Egypt‘s native inhabitants and outside influence. Much of Egypt’s ancient history was a mystery until the secrets of ancient Egyptian hieroglyphs were deciphered with the discovery and help of the Rosetta Stone. Among the Seven Wonders of the…

อารยธรรมอินเดีย

อารยธรรมอินเดีย อารยธรรมอินเดีย             อินเดีย เป็นต้นสายธารทางวัฒนธรรมของชาติตะวันออก ( ชนชาติในทวีปเอเชีย ) หลายชาติ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก บางทีเรียกว่า “แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ” ( Indus Civilization ) อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของอินเดียได้ดังนี้   1.  สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโลหะของอินเดียเริ่มเมื่อผู้คนรู้จักใช้ทองแดงและสำริด เมื่อประมาณ 2,500 ปี ก่อนคริสต์ศักราช และรู้จักใช้เหล็กในเวลาต่อมา พบหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ        (1) เมืองโมเฮนโจ ดาโร ( Mohenjo Daro ) ทางตอนใต้ของประเทศปากีสถาน                      (2) เมืองฮารับปา ( Harappa ) ในแคว้นปันจาป ประเทศปากีสถานในปัจจุบัน   2.  สมัยประวัติศาสตร์ อินเดียเข้าสู่ “สมัยประวัติศาสตร์” เมื่อมีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ประมาณ 700ปี ก่อนคริสต์ศักราช โดยชนเผ่าอินโด – อารยัน ( Indo – Aryan ) ซึ่งตั้งถิ่นฐานในบริเวณลุ่มแม่น้ำคงคา สมัยประวัติศาสตร์ของอินเดียแบ่งเป็น 3 ยุค ดังนี้   …

ประวัติของประเทศจีน

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สำคัญของอารยธรรมจีนคือ การสร้างระบบภาษาเขียน ในยุคราชวงศ์ฉิน (ศตวรรษที่ 58 ก่อน ค.ศ.) ให้เป็นภาษากลางใช้ได้ทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกในโลก (ไม่ว่าชนเผ่าใด ๆ จะพูดต่างกัน สำเนียงต่างกัน แต่ใช้ตัวเขียนเหมือนกัน) และการพัฒนาแนวคิดลัทธิขงจื๊อ เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลายอาณาจักรสลับกันไป ในบางครั้งก็ถูกปกครองโดยชนชาติอื่น เช่น มองโกล แมนจู ญี่ปุ่น วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชาติอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย และในสังคมโลก ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดนักว่าเริ่มต้นเมื่อไร แต่จากการขุดพบวัตถุโบราณตามลุ่มแม่น้ำฉางเจียงและหวางเหอ แบ่งช่วงเวลานี้ออกได้เป็นสังคมสองแบบ แบบแรกเป็นช่วงที่ผู้หญิงเป็นใหญ่เรียกว่าช่วงวัฒนธรรมหยางเซา และช่วงที่ผู้ชายเป็นใหญ่เรียกว่าวัฒนธรรมหลงซาน ตำนานเล่ากันว่าบรรพบุรุษจีนมีชื่อเรียกว่า หวางตี้ และ เหยียนตี้ ราชวงศ์เซี่ย (夏朝:Xià cháo) (2100-1600 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ดูบทความหลักที่: ราชวงศ์เซี่ย เขตแดนราชวงศ์เซี่ย เล่ากันว่า ในสมัยเหยา (尧:Yáo) นั้น แม่น้ำหวงเหอ (黄河:Huánghé) เกิดอุทกภัยน้ำหลากเข้าทำลายบ้านเมือง ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพไปอาศัยอยู่บนต้นไม้หรือบนยอดเขาเท่านั้น ซึ่งภายหลังพระเจ้าอวี่ (禹:Yǔ) ใช้เวลา 13 ปีในการแก้ปัญหาอุทกภัยนี้สำเร็จ และได้รับขนานนามว่า…

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย คำว่า เมโสโปเตเมีย เป็นภาษากรีกมาจากคำว่า Mesos เท่ากับภาษาอังกฤษว่า Middle และคำว่า Potamos เท่ากับภาษาอังกฤษว่า River รวมความแล้วหมายถึง “ดินแดนระหว่างแม่น้ำ” (land between the rivers) ได้แก่ที่ราบระหว่างแม่น้ำไทกริส (Tigris) ทางตะวันออก และแม่น้ำยูเฟรติส (Euphrates) ทางตะวันตก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ทางทิสตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชียในบริเวณที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอปริกา โดยเฉพาะทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งหันออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นจุดเชื่อมโยงติดต่อกับอารยธรรมอียิปต์โบราณ พื้นที่ของแหล่งอารยธรรมทั้งหมดจะกินอาณาบริเวณจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปสู่อ่าวเปอร์เซีย มีลักษณะเป็นรูปเสี้ยวจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์” ครอบคลุมดินแดนบางส่วนในประเทศอิรักและซีเรียในปัจจุบัน ถือเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมเก่าแก่แห่งแรก เมื่อราว 3,500 ปี ก่อนคริสตกาล จากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเมโสโปเตเมีย เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำมีการทับถมของดินตะกอนตามชายฝั่งแม่น้ำทั้งสอง ทำให้บริเวณแถบนี้อุดมสมบูรณ์และมีสภาพเหมาะสมแก่การเพาะปลูก แม้ว่าสภาพอากาศในดินแดนแถบนี้จะแปรปรวนไม่จนสามารถคาดเดาได้ก็ตาม เกิดความแห้งแล้งลำน้ำท่วมเป็นประจำ อันเป็นเหตุให้การควบคุมน้ำหรือการชลประทานสำคัญจำเป็นต่อการทำกสิกรรมของผู้คนแถบนี้ นอกจากนั้นแล้ว ทางบกยังติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เชื่อมต่ออียิปต์และอารยธรรมที่กำลังก่อตัวในยุโรปได้ทางตอนใต้ก็ยังเปิดสู่อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเออำนวยต่อการขนส่งค้าขายทางทะเลกับอารยธรรมที่ห่างไกล เช่น สินธุ ลักษณะเช่นนี้เอง ทำให้ดินแดนเมโสโปเตเมียแห่งนี้ เป็นที่หมายปองของชนกลุ่มต่างๆ แผนที่อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ช่วงประมาณ 4000…