Ecosystem ระบบนิเวศ

ระบบนิเวศ (Ecosystem) หมายถึง หน่วยพื้นที่หนึ่งประกอบด้วยสังคมของ สิ่งมีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อมทำหน้าที่ร่วมกัน ระบบนิเวศเป็นระบบที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม โดยการลำดับขั้นของการกินแบบต่าง ๆ ตลอดจนการหมุนเวียน ของสารแร่ธาตุและการถ่ายทอดพลังงาน จนทำให้เกิดองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต เป็นระบบที่มีลักษณะต่าง ๆ กัน ระบบนิเวศเป็นกลไกควบคุมสังคมของสิ่งมีชีวิต ต่าง ๆ ที่เกิดมาจากความสัมพันธ์ต่อกันทั้งส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ดังนั้นระบบนิเวศประกอบไปด้วย 1. หน่วยพื้นที่ 2. องค์ประกอบที่มีชีวิต (Biotic component) 3. องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (Abiotic component) 4. ความสัมพันธ์ต่อกันระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม (ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต) ประเภทของระบบนิเวศ การจำแนกระบบนิเวศสามารถจำแนกได้เป็นหลายแบบ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ แบ่ง ได้แก่ 1. การจำแนกโดยลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นเกณฑ์ สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ 1) ระบบนิเวศพื้นดิน (Terrestrial Ecosystem) เช่น ระบบนิเวศป่าดิบเขา, ระบบนิเวศป่าชายเลน, ระบบนิเวศป่าเต็งรัง, ระบบนิเวศทุ่งหญ้า, ระบบนิเวศทะเล ทราย, ระบบนิเวศป่าดิบชื้นเขตศูนย์สูตร…

Ecosystem

This article is about natural ecosystems. For the term used in man-made systems, see Digital ecosystem. There are many different ecosystems on Earth. Left: Coral reefsare a highly productive marine ecosystem[1], right: Temperate rainforest on the Olympic Peninsula in Washington state. An ecosystem is a community made up of living organisms and nonliving components such as air, water, and mineral soil.[3] Ecosystems can be studied in two different ways. They can…

ความหมายของ Eco system

ระบบนิเวศ คือกลุ่มอินทรีย์ (พืช สัตว์และจุลินทรีย์) ร่วมกับองค์ประกอบอชีวนะของสิ่งแวดล้อมของพวกมัน (เช่น อากาศ น้ำและดินอนินทรีย์) ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นระบบ[1] ถือว่า ส่วนประกอบชีวนะและอชีวนะเชื่อมกันผ่านวัฏจักรสารอาหารและการถ่ายทอดพลังงาน[2] ระบบนิเวศนิยามเป็นเครือข่ายปฏิสัมพันธ์ระหว่างอินทรีย์ด้วยกันและระหว่างอินทรีย์กับสิ่งแวดล้อม[3] ระบบนิเวศมีขนาดเท่าใดก็ได้ แต่ปกติครอบคลุมพื้นที่เฉพาะจำกัด[4] แม้นักวิทยาศาสตร์บางส่วนกล่าวว่า ทั้งโลกก็เป็นระบบนิเวศหนึ่งด้วย[5] พลังงาน น้ำ ไนโตรเจนและดินอนินทรีย์เป็นอีกส่วนประกอบอชีวนะของระบบนิเวศ พลังงานซึ่งถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศได้มาจากดวงอาทิตย์เป็นหลัก โดยทั่วไปเข้าสู่ระบบผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งกระบวนการนี้ยังจับคาร์บอนจากบรรยากาศด้วย สัตว์มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนของสสารและพลังงานผ่านระบบนิเวศ โดยการกินพืชและสัตว์อื่น นอกจากนี้ สัตว์ยังมีอิทธิพลต่อปริมาณพืชและชีวมวลจุลินทรีย์ที่มีอยู่ ตัวสลายสารอินทรีย์ปลดปล่อยคาร์บอนกลับสู่บรรยากาศและเอื้อการเกิดวัฏจักรสารอาหารโดยการแปลงสารอาหารที่สะสมอยู่ในชีวมวลตายกลับสู่รูปที่พร้อมถูกพืชและจุลินทรีย์อื่นใช้ โดยการย่อยสลายสารอินทรีย์ตาย[6] ในธรรมชาติแล้วมีสาร 60 ชนิด ในจำนวน 96 ชนิด หมุนเวียนผ่านเข้าไปในอินทรีย์[7] ระบบนิเวศมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในควบคุม ปัจจัยภายนอก เช่น ภูมิอากาศ วัสดุกำเนิด (parent material) ซึ่งสร้างดินและภูมิลักษณ์ ควบคุมโครงสร้างโดยรวมของระบบนิเวศและวิธีที่สิ่งต่าง ๆ เกิดในนั้น แต่ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้รับอิทธิพลจากระบบนิเวศ ปัจจัยภายนอกอื่นรวมเวลาและชีวชาติศักยะ (potential biota) ระบบนิเวศเป็นสิ่งพลวัต คือ อยู่ภายใต้การรบกวนเป็นระยะและอยู่ในกระบวนการฟื้นตัวจากการรบกวนในอดีตบางอย่าง ระบบนิเวศในสิ่งแวดล้อมคล้ายกันที่ตั้งอยู่ในส่วนของโลกต่างกันสามารถมีลักษณะต่างกันมากเพราะมีชนิดต่างกัน การนำชนิดต่างถิ่นเข้ามาสามารถทำให้เกิดการเลื่อนอย่างสำคัญในการทำหน้าที่ของระบบนิเวศ ปัจจัยภายในไม่เพียงควบคุมกระบวนการของระบบนิเวศ แต่ยังถูกระบบนิเวศควบคุมและมักอยู่ภายใต้วงวนป้อนกลับ (feedback loop) เช่นกัน ขณะที่ทรัพยากรป้อนเข้าปกติถูกกระบวนการภายนอก เช่น ภูมิอากาศและวัสดุกำเนิด ควบคุม แต่การมีทรัพยากรเหล่านี้ในระบบนิเวศถูกปัจจัยภายใน เช่น การผุสลายตัว…

Hall Of Fame-หอเกียรติยศ

หอเกียรติยศ บางครั้งอาจเรียก “หอเรืองนาม” (Hall of fame) หมายถึงพิพิธภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลที่มุ่งมั่นอย่างสูงที่ได้ประกอบคุณงามความดีและมีความวิริยะสูงสุดจนประสบผลสำเร็จในกิจกรรมสาขาต่างๆ ในบางกรณี หอเกียรติยศอาจประกอบด้วยห้องโถงและห้องต่างๆ หรือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ในการจัดเก็บและแสดงสิ่งเชิดชูเกียรติยศของผู้ได้รับการยกย่อง เช่น รูปปั้น โล่ ถ้วยรางวัล เข็มขัดแชมเปี้ยน รวมทั้งสิ่งของที่ระลึกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่หอเกียรติยศบางแห่งก็ทำเพียงแต่แสดงรูปปั้นท่อนบนพร้อมการจารึกชื่อบุคคลผู้ได้รับการเชิดชูจากตามประเภทที่หอแห่งนั้นๆ ดำเนินการโดยไม่แสดงสิ่งของ เช่น ที่วิหารวาลฮาลลา หอเกียรติยศ ได้รับการแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ไว้หลายประเภทได้แก่ หอเกียรติยศด้านดนตรี หอเกียรติยศด้านการแสดง หอเกียรติยศด้านการกีฬา หอเกียรติเฉพาะด้นอื่นๆ เช่น ด้านการประดิษฐ์คิดค้น ในแต่ละประเภทจะแบ่งย่อยลงไป เช่นด้านกีฬา แบ่งลงไปตามชนิดกีฬา ดังที่มิกกี แมนเทิล นักเบสบอลอเมริกันได้รับการบรรจุชื่อไว้ใน”หอเกียรติยศเบสบอลแห่งชาติ” เป็นต้น ผู้ดำเนินการหรือเจ้าของหอเกียรติยศอาจเป็นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่ส่วนใหญ่มักเป็นองค์กรหรือสมาคมหรือชมรมของผู้ประกอบกิจกรรมนั้นๆ ทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น เช่นหอเกียรติยศนักเขียนภาพการ์ตูนแคนาดา, หอเกียรติยศกอล์ฟแห่งโลก ฯลฯ https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A8

Eco system

  ระบบนิเวศ คือกลุ่มอินทรีย์ (พืช สัตว์และจุลินทรีย์) ร่วมกับองค์ประกอบอชีวนะของสิ่งแวดล้อมของพวกมัน (เช่น อากาศ น้ำและดินอนินทรีย์) ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กันเป็นระบบ[1] ถือว่า ส่วนประกอบชีวนะและอชีวนะเชื่อมกันผ่านวัฏจักรสารอาหารและการถ่ายทอดพลังงาน[2] ระบบนิเวศนิยามเป็นเครือข่ายปฏิสัมพันธ์ระหว่างอินทรีย์ด้วยกันและระหว่างอินทรีย์กับสิ่งแวดล้อม[3] ระบบนิเวศมีขนาดเท่าใดก็ได้ แต่ปกติครอบคลุมพื้นที่เฉพาะจำกัด[4] แม้นักวิทยาศาสตร์บางส่วนกล่าวว่า ทั้งโลกก็เป็นระบบนิเวศหนึ่งด้วย[5] พลังงาน น้ำ ไนโตรเจนและดินอนินทรีย์เป็นอีกส่วนประกอบอชีวนะของระบบนิเวศ พลังงานซึ่งถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศได้มาจากดวงอาทิตย์เป็นหลัก โดยทั่วไปเข้าสู่ระบบผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งกระบวนการนี้ยังจับคาร์บอนจากบรรยากาศด้วย สัตว์มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนของสสารและพลังงานผ่านระบบนิเวศ โดยการกินพืชและสัตว์อื่น นอกจากนี้ สัตว์ยังมีอิทธิพลต่อปริมาณพืชและชีวมวลจุลินทรีย์ที่มีอยู่ ตัวสลายสารอินทรีย์ปลดปล่อยคาร์บอนกลับสู่บรรยากาศและเอื้อการเกิดวัฏจักรสารอาหารโดยการแปลงสารอาหารที่สะสมอยู่ในชีวมวลตายกลับสู่รูปที่พร้อมถูกพืชและจุลินทรีย์อื่นใช้ โดยการย่อยสลายสารอินทรีย์ตาย[6] ในธรรมชาติแล้วมีสาร 60 ชนิด ในจำนวน 96 ชนิด หมุนเวียนผ่านเข้าไปในอินทรีย์[7] ระบบนิเวศมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในควบคุม ปัจจัยภายนอก เช่น ภูมิอากาศ วัสดุกำเนิด (parent material) ซึ่งสร้างดินและภูมิลักษณ์ ควบคุมโครงสร้างโดยรวมของระบบนิเวศและวิธีที่สิ่งต่าง ๆ เกิดในนั้น แต่ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้รับอิทธิพลจากระบบนิเวศ ปัจจัยภายนอกอื่นรวมเวลาและชีวชาติศักยะ (potential biota) ระบบนิเวศเป็นสิ่งพลวัต คือ อยู่ภายใต้การรบกวนเป็นระยะและอยู่ในกระบวนการฟื้นตัวจากการรบกวนในอดีตบางอย่าง ระบบนิเวศในสิ่งแวดล้อมคล้ายกันที่ตั้งอยู่ในส่วนของโลกต่างกันสามารถมีลักษณะต่างกันมากเพราะมีชนิดต่างกัน การนำชนิดต่างถิ่นเข้ามาสามารถทำให้เกิดการเลื่อนอย่างสำคัญในการทำหน้าที่ของระบบนิเวศ ปัจจัยภายในไม่เพียงควบคุมกระบวนการของระบบนิเวศ แต่ยังถูกระบบนิเวศควบคุมและมักอยู่ภายใต้วงวนป้อนกลับ (feedback loop) เช่นกัน ขณะที่ทรัพยากรป้อนเข้าปกติถูกกระบวนการภายนอก เช่น ภูมิอากาศและวัสดุกำเนิด ควบคุม แต่การมีทรัพยากรเหล่านี้ในระบบนิเวศถูกปัจจัยภายใน เช่น…

ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน”พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4]พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปีในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือเจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1] พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน สร้างถนนหนทางระบบใหม่เป็นการใหญ่ และสร้างสุสานหลวงโดยมีรูปปั้นองครักษ์ขนาดเท่าคนจริงคอยพิทักษ์อยู่ ระหว่างที่เสด็จอยู่ในราชสมบัตินั้น พระองค์ทรงเสาะแสวงหาน้ำอมฤตมาตลอด แต่สุดท้ายก็สวรรคตเมื่อปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล cr: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%8B%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89

Pongsakorn Chanayai 604 16 The Solar System

The Solar System is the gravitationally bound system of the Sun and the objects that orbit it, either directly or indirectly,including the eight planets and five dwarf planets as defined by the International Astronomical Union(IAU). Of the objects that orbit the Sun directly, the largest eight are the planets,[c] with the remainder being smaller objects, such as dwarf planets and small Solar System bodies. Of the objects that orbit…

Hall of fame

Hall of fame แวนโก๊ะ  (ฟินเซนต์ วิลเลิม ฟัน โคค)                    คนไทยมักเรียก วินเซนต์ แวน โก๊ะ เป็นจิตรกรชาวดัตช์ในลัทธิประทับใจยุคหลัง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้มีชื่อเสียงและอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก เขาสร้างสรรค์งานศิลป์กว่า 2,100 ชิ้นในเวลาเพียงสิบปีกว่า ในจำนวนนี้เป็นภาพสีน้ำมัน 860 ชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตขึ้นในสองปีสุดท้ายของชีวิตเขา ผลงานของเขามีทั้งภาพภูมิประเทศ ภาพนิ่ง ภาพคนเหมือน และภาพเหมือนตนเอง ซึ่งล้วนมีลักษณะเด่นเป็นสีสันจัดจ้านและงานพู่กันที่ฉวัดเฉวียนแฝงอารมณ์ชวนประทับใจอันช่วยสร้างรากฐานให้แก่ศิลปะสมัยใหม่ หลังทนทุกข์เพราะไข้ใจและความจนมานานหลายปี เขาปลิดชีวิตตนเองเมื่ออายุได้ 37 ปี เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางค่อนไปทางชั้นสูง เขาเป็นเด็กที่เคร่งขรึม พูดน้อย แต่คิดมาก เมื่อโตเป็นหนุ่ม เขาทำงานเป็นนายหน้าขายศิลปกรรม จึงเดินทางบ่อย แต่เมื่อต้องย้ายบ้านไปอยู่ลอนดอน เขาก็ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า จึงหันไปหาศาสนา ปฏิบัติศาสนกิจในฐานะมิชชันนารีแห่งโปรเตสแตนต์ทางภาคใต้ของเบลเยียม ชีวิตเขาล่องลอยไปมาระหว่างสุขภาพอันทรุดโทรมกับความโดดเดี่ยวอ้างว้าง กระทั่งมาจับงานวาดเขียนเอาใน ค.ศ. 1881 หลังย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดเมืองนอนกับบิดามารดา เขาได้ Theo น้องชาย คอยสนับสนุนทางการเงิน เขากับน้องติดต่อมาเสมอด้วยจดหมายโต้ตอบ ผลงานชิ้นแรก ๆ ของเขาส่วนใหญ่เป็นภาพนิ่งและภาพแสดงชนชั้นกรรมกร แต่มีไม่มากที่ใช้สีสันสดใส ต่างจากผลงานชิ้นหลัง ๆ ครั้น ค.ศ. 1886…

caveman live

เป็นสปีชีส์เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในสกุล Homo ในทางกายวิภาค มนุษย์สมัยใหม่ถือกำเนิดขึ้นในทวีปแอฟริการาว 200,000 ปีที่แล้ว และบรรลุความนำสมัยทางพฤติกรรม (behavioral modernity) อย่างสมบูรณ์เมื่อราว 50,000 ปีที่แล้ว[1] เชื้อสายมนุษย์แยกออกจากบรรพบุรุษร่วมสุดท้ายกับชิมแพนซี สิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิดที่สุด เมื่อราว 5 ล้านปีที่แล้วในแอฟริกา ก่อนจะวิวัฒนาการไปเป็นออสตราโลพิเธซีน (Australopithecines) และสุดท้ายเป็นสกุล Homo[2] สปีชีส์ โฮโม แรก ๆ ที่อพยพออกจากแอฟริกา คือ Homo erectus, Homo ergaster ร่วมกับ Homo heidelbergensis ซึ่งถูกมองว่าเป็นบรรพบุรุษสายตรงของมนุษย์สมัยใหม่[

Matador

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาทำความรุ้จักกับ Matador กันค่ะ งั้นเราไปชมกันเลยค่ะ Matador คือ การสู้วัวกระทิงแสดงให้เห็น ศิลปะ การต่อสู้ กีฬา วัฒนธรรม ของประเทศสเปนที่ชาวสเปนภาคภูมิใจและมีการสืบทอดมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยยุคโรมัน เดิมเป็นกีฬาของชนชั้นสูง  ในแต่ละปีมีวัวถูกสังหารอย่างโหดร้ายกว่า 40000 ตัว ในสังเวียนสู้วัวของสเปน  แต่ความคิดเห็นของชาวต่างชาติที่ได้ชมการสู้วัวพวกเขากลับรู้สึก ขยะแขยง รังเกียจ เศร้าใจ ในสภาพที่วัวกระทิงถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหมต่อหน้าต่อตาพวกเขา การสู้วัวเป็นการต่อสู้ที่แทบไม่มีศักดิ์ศรีเหลืออยู่เลยระหว่า่งมาตาดอร์(ภาษาสเปน หมายถึง นักฆ่า)ผู้ควบคุมดาบได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว กับ กระทิงถึงแม้จะตัวใหญ่น่าเกรงขามแต่ก็ถูกทำร้ายจนพิการ ถูกข่มขู่จนเสียขวัญ และอาจเสียชีวิต วัวกระทิงนั้นไม่เคยมีโอกาสได้ป้องกันตัวเองเลยและมีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิตออกมาจากสังเวียนสู้วัวอันเหี้ยมโหด เราไม่สามารถมองบางสิ่งได้แค่ด้านเดียวก็เหมือนกับการสู้วัวด้านหนึ่งแสดงถึง ศิลปะ การต่อสู้ กีฬา วัฒนธรรม ของสเปนอันเลื่องลือแต่อีกด้านหนึ่งแสดงถึงความโหดร้าย เหี้ยมโหด   หวังว่าทุกคนคงจะชอบนะคะ สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ https://sites.google.com/site/31089jiratchaya/

ประวัติ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Hall of Fame)

ประวัติไต่สวน อัลเบิร์ตไอน์ส ไตน์  ( Albert Einstein  เป็นศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์และนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในห้างหุ้นส่วนจำกัดคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นคุณผู้เสนอทฤษฎี มพัทธสัภาพ และมีส่วนร่วมในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม กลศาสตร์สถิติ และจักรวาลวิทยาตำแหน่งที่ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในห้างหุ้นส่วนจำกัด พ.ศ. 2464 หัวเรื่อง: การอธิบายจากเนชั่ปรา ฏการณ์กโฟโตคุณอิเพิ่มข้อมูลที่ทริก และจากเนชั่ “การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี” ที่ไอหลังจากน์ชไตน์ค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปการ ในห้างหุ้นส่วนจำกัดปี พ.ศ. 2458 เป็นแบบอย่างที่ไม่เหมือนใครสำหรับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในปีต่อไปได้รับการขยายออกไปนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ในประวัติศาสตร์ไอน์นิช  ได้กลายมาเป็น ของแบบอย่างความสามารถฉลาดหรืออัจฉริยะความสามารถในห้างหุ้นส่วนจำกัดนิยมคุณตัวของเขาทำให้มีหัวเรื่อง: การใช้ชื่อไอน์ชไตน์ในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การโฆษณาหรือแม้แต่หัวเรื่อง: การจดทะเบียนชื่อ “อัลแบร์ทไอน์ชไต น์ ” ให้เ หนังสือน็เครื่องหมายการค้า  ตัวตนของคุณเองมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ตนเองมีต่อสิ่งที่ได้จากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้งในสิ่งที่เขาได้รับจากปูชนียสถานความคิดทางปัญญา มีอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์มากที่สุดในยุคปัจจุบันทุกการสร้างสรรค์ของเขายังคงเป็นที่เคารพนับถือทั้งในความเชื่อมั่นในความงามความคิดเห็นและความรู้ รวาล (คือแหล่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจในวิทยาศาสตร์ให้แก่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่) เป็นความรู้สึกชาญฉลาดของเขาแสดงให้เห็นถึงรูปแบบของจักรวาลเหล่านี้ถูกนำเสนอผ่านผลงานและหลักปรัชญาของเขา สวัสดีทุกคนในวงการวิทยาศาสตร์และนอกวงการ ขอขอบคุณ https://th.wikipedia.org/wiki/