จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง…

Jinsee Hongte จิ๋นซีฮ่องเต้

จิ๋นซีฮ่องเต้ (260-210 ปีก่อนคริสตกาล) แซ่อิ๋ง ชื่อเจิ้ง ขึ้นครองราชย์เมื่อ 246 ปีก่อนคริสตกาล ในระหว่างที่พระองค์ปกครองรัฐฉิน ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของ 6 รัชกาลตั้งแต่ ฉินเซี่ยวกงเป็นต้นมา ใช้การปฏิบัติทางการเมืองและการปฏิรูประบอบต่างๆ ทำให้รัฐฉินมั่นคงเข้มแข็งขึ้น อาศัยกลยุทธ์รุกราน ผนวก 6 รัฐเป็นเอกภาพปิดฉากยุคจ้านกว๋อ สถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้นเมื่อ 220 ปีก่อนคริสตกาล ออกโจมตีชนเผ่าซงหนูทางเหนือ พิทักษ์ดินแดนของฉิน รุกรานชนเผ่าไป่เยว่ทางใต้ และได้สร้างรัฐศักดินาที่เป็นเอกภาพหลายประชาชาติและรวบอำนาจเข้ามาสู่ส่วนกลางเป็นรัฐแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ขนานนามพระองค์เองว่า ฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จิ๋นซีฮ่องเต้ยังมีบัญชาให้เกณฑ์แรงงาน สร้างสุสานของพระองค์ที่มีกองทัพทหารหุ่นดินเผาติดอาวุธเพื่ออารักขาพระองค์หลังความตาย กล่าวกันว่าสุสานของพระองค์นั้นจำลองอาณาจักรฉินของพระองค์ด้วย โดยมีพระราชวัง ภูเขา และแม่น้ำจำลองอยู่ภายใน แต่เนื่องจากทางการจีนยังสำรวจไม่ครบ โดยเกรงว่าเมื่อขุดต่อไป เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาสภาพ วัตถุ สิ่งของในสุสานได้   http://worldcivil14.blogspot.com/2015/11/blog-post_86.html http://www.prawatsat.com

จิ๋นซีฮ่องเต้ The first emperor of China

The first emperor of China       นฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐเป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย เเป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต

จิ๋นซีฮ่องเต้

หนังสืออฉื่ฉินหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลางหรือ  จิ๋หนังสือนซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น ( จีน :  秦始皇帝 ;  พินอิน :  QínShǐ Huangdi ; 260-210 ก่อนคริสตกา) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ ง (政  Zhèng ? ) จากเมืองฉิน  มีความตรงข้ามว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน”  คุณทรงสถาปนาพระองค์ราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาลและทรงผนวกดินแดนจีน สำเร็จในปีที่ 221 คริสตกาลเป็นอันก่อนสิ้นสุดยุครณรัฐ (ราชา) ราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว  (ราชาธิกาไทย) จึงถือกันว่าเป็น “ราชวงศ์” หรือ “ราชาภิบาล” จักรพรรดิจีนทรง “หวงวังตี้” พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันอีกสองพันปี ในห้างหุ้นส่วนจำกัดรัชสมัยของพระองค์แม่ทัพที่คุณนายคุณกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การขยายคุณแว่นแคว้น  หัวเรื่อง: การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้คุณดินคุณแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉินส่วนหัวเรื่อง: การรบกับพวกซฺยงคุณหนูในห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้คุณดินคุณแดนเอ้อเอ่อร์คุณตัวซืหนังสืออของกลุ่มซฺยงคุณหนู  แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ฉันยฺหวี  ผู้นำซฺยงคุณหนูด้านผนวกคุณดินแ มีหลายคนชอบ  หลี่ซือ เจ้าพระยามหาอุทป  ฏร่วย เป็นเหตุให้คุณทรงเผาตำราฝังบัณฑิตวุฒิการ[1]  พระองค์ยังคุณทรงรวมกำแพงเมืองซึ่งกระจัดกระจายขณะนี้ทั่วไปการนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน  สร้างถนนหนทางระบบผู้ซื้อสินค้าใหม่เป็นการใหญ่และสร้างสุสานหลวงโดยมีรูปคุณปั้นองครักษ์ขนาดเท่าของคุณคนจริงคอยพิทักษ์ขณะนี้ ที่เสด็จระหว่างขณะนี้ในห้างหุ้นส่วนจำกัดราชสมบัตินั้นพระองค์คุณทรงเสาะแสวงหาคุณน้ำอมฤตมาตลอด แต่สุดท้ายก็สวรรคตเมื่อปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล  …

ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง…

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือประท้วง และเรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ ลงโทษขั้นรุนแรงกับนายไมเคิล โรฮานา ผู้ต้องหาโจรกรรมส่วนนิ้วหัวแม่มือของหุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ หลังชายชาวอเมริกันวัย 24 ปีผู้นี้ ลอบเข้าไปหักเอาส่วนนิ้วของวัตถุโบราณดังกล่าวในพิพิธภัณฑ์ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รายงานของเอฟบีไอระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมของปีที่แล้ว ขณะที่นายโรฮานามาเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อประกวดเสื้อสเวตเตอร์น่าเกลียด ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สถาบันแฟรงคลิน (Franklin Institute) ซึ่งในระหว่างงานเลี้ยงนั้นเอง เขาได้ลอบเข้าไปในส่วนจัดแสดงหุ่นทหารดินเผาจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ 10 ตัว ซึ่งทางการจีนให้ยืมมาจัดแสดงในสหรัฐฯเป็นการชั่วคราว  

The First Emperor of China

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิตพระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง…

ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน”พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4]พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปีในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือเจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1] พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน สร้างถนนหนทางระบบใหม่เป็นการใหญ่ และสร้างสุสานหลวงโดยมีรูปปั้นองครักษ์ขนาดเท่าคนจริงคอยพิทักษ์อยู่ ระหว่างที่เสด็จอยู่ในราชสมบัตินั้น พระองค์ทรงเสาะแสวงหาน้ำอมฤตมาตลอด แต่สุดท้ายก็สวรรคตเมื่อปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล cr: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B9%8B%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89

จิ๋นซีฮ่องเต้ คือใคร!!!

ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้   จิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ตามสำเนียงกลางคือ ฉินฉื่อหฺวังตี้  เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้งแห่งเมืองฉิน ฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน”้ พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐพระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้นว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน สร้างถนนหนทางระบบใหม่เป็นการใหญ่ และสร้างสุสานหลวงโดยมีรูปปั้นองครักษ์ขนาดเท่าคนจริงคอยพิทักษ์อยู่ ระหว่างที่เสด็จอยู่ในราชสมบัตินั้น พระองค์ทรงเสาะแสวงหาน้ำอมฤตมาตลอด แต่สุดท้ายก็สวรรคตเมื่อปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล…

l went to thapae gate.   l had Scout Camp.   l ate Korean BBQ.Very great!!!  

Drunken kung fu style หมัดเมาไร้เทียมทาน

อะไรคือหมัดเมา ค.ศ. 1861 ในยุคราชวงศ์ชิง ประเทศจีนถูกกองกำลังต่างชาติคุกคามอย่างหนัก จนเกือบสิ้นชาติ ซู ชาน (จ้าว เหวินจั๋ว) เป็นแม่ทัพที่กล้าหาญที่สุดของราชสำนัก ซู ชานได้นำกองกำลังไปช่วยองค์ชายที่ตกเป็นตัวประกันของพวกกบฏได้สำเร็จ และได้บำเหน็จความดีความชอบให้เป็นเจ้าเมือง แต่ซู ชานกลับปฏิเสธ เพราะต้องการไปใช้ชีวิตอย่างสงบและสร้างครอบครัวกับ เสี่ยวหยิง (โจว ซวิ่น) ขณะที่ หยวน ลี่ (อัน จื่อเจี๋ย) พี่ชายของเสี่ยวหยิงและเป็นเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของซู ชาน กลับโดนตำหนิ และได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองแทน 5 ปีผ่านไป ซู ชาน และเสี่ยวหยิงมีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง และซู ชานกำลังจะเปิดโรงเรียนสอนวูซูขึ้นมา ขณะเดียวกัน หยวน ลี่ ที่ฝึกวิชาหมัด 5 อสรพิษได้สำเร็จ ก็กลับมาและฆ่าพ่อของซู ชาน เพื่อล้างแค้น และนำตัวเสี่ยว หยิง และลูกชายไป ซู ชานตามไปช่วย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บพร้อมกับเสี่ยวหยิง ทั้งคู่ได้รับการช่วยเหลือจาก หมอหยู (มิเชลล์ โหยว)…

สามก็กตอนที่1โจรโพกผ้าเหลือง

                   โจรโพกผ้าเหลือง สมัยราชวงฮั่นตะวันออกตอนปลายชาวบ้านเดือดร้อนทุกย่อมหญ้ามีการยัดเงินขุนนางโกงกินเดือดร้อนมี​​​ สามพี่น้องตระกูลเตียวเตียวก็กเตียวโป้เตียวเหลียงเตียวก็กสอบจงหนวนไม่ติดขึ้นเขาหาสมุนไพรเขาทุกข์ใจมากจึงอุทานออกไปว่า”บ้านเมืองเป็นเช่นนี้เราจักช่วยบ้านเมืองได้อย่างไร”หลังจากนั้นมีชายแก่คนหนึ่งปรากฏกายขึ้นเขาสอนเตียวก็กจนชำนานด้านเวชมนต์    เครดิด http://www.samkokthai.com/?p=97 และนี้คือประถมบทแห่งสามก็ก 这是三所小学。