感恩母亲,敬畏大海

2019年8月5日–8月11日,是我们在泰国蒙福学院小学部实习的第七周。本周,我们迎来了泰国的母亲节和我们的华欣之旅。 1976年,人们为了歌颂诗丽吉王后的功绩,将她的生日定为母亲节,节日当天,各机关学校全体放假庆祝,以教育年轻人不要忘记母亲的养育之恩,并将清香洁白的茉莉花献给母亲以表达感激之情。本周五,学校提前举行了庆祝母亲节的活动。活动首先对诗丽吉王后事迹进行了回顾;然后,院长为孩子们讲述诗丽吉王后的故事和母亲的恩情,借此引起学生们对母亲节的重视;最后,大家一起观看了孩子们做贺卡的视频,从孩子们充满童真的图画和真挚的话语里,我们感受到了孩子们对母亲的浓浓情意。             周五晚上,我们开启了三天的华欣之旅!经过十多个小时的长途跋涉,我们终于抵达了华欣。在放下行李之后,我们怀着激动的心情奔向海边,而在我们看到大海的那一刻,这十多个小时的奔波 早已抛在九霄云外。金色的沙滩,彩色的贝壳,惊险刺激的海上冲浪,丰盛可口的海鲜大餐……简直是人间天堂!          第二天,我们去了另一片海滩,相比于芭提雅的游人如织,这里显得更为安宁。我们在沙滩上奔跑,在浪花上舞蹈,在海浪声中拍照……欢声笑语久久回荡在这片海里,这片海也牢牢地刻在我们的心里。华欣之旅的第三天,也是我们的返程时间。途经曼谷时,Brother.arm在曼谷的一家餐厅盛情接待我们,我们也送了他一些小小的礼物,以示感激。      华欣之旅是一次难忘的经历。最后,感谢学校给我们这个机会去华欣,也感谢魏老师和司机叔叔对我们的照顾,你们无微不至的照顾,让我们在旅途中倍感温暖!

蒙福中小学老师联谊活动

2019年6月29号-8月4号是我们在蒙福学院的第六周,恍然间,时间已经过半。这周除了工作日正常上班以外,本周六,我们很幸运参与了蒙福学院小学部和中学部联合举办的教师运动会,此次活动是新院长为了庆祝蒙福建校88周年,同时为增进两个学校之间的友谊而开展的。我们能够亲身参与其中,感到很开心。 此次活动主要分为三个部分,上午小学部的教职工前往中学部参观,下午则所有的老师汇聚在小学部进行运动会,晚上所有人在晚宴上一起通过VCR回顾了这一天大家所进行的比赛精彩片段。每位老师都有着精彩的表现,在阳光下挥洒汗水。在比赛中培养友谊,很喜欢这样的活动,加深了蒙福中学和小学老师们的交流与友谊,也让老师们体会到了运动的快乐。 我们作为学校的啦啦队,为老师们加油助威,和其他人一起为参赛的选手加油、呐喊,为每一次得分而欢呼。老师们打鼓、唱歌,现场气氛浓厚。6:30晚宴开始,在颁奖环节之后我们向大家表演了旗袍舞,展现了旗袍之美,中华文化的魅力,受到了老师们的赞赏。在表演时,我们每个人的内心既激动又紧张,但在谢幕时听到大家掌声和欢呼的那一刻,我们深感排练了一个月的舞,辛苦没有白费。   第六周是忙碌无空隙的一周,在这里,相信我们六个人都有各自的收获与成长,在此后的日子里,我们也一定会更加精彩。

清迈你好!

来清迈快一个月的日子了,由于签证原因这次的实习我们推迟了三个星期才出发,但是这依然没有阻碍我们对这次实习的期待。2018年12月5日,由冬季过渡到夏季的我们正式抵达了清迈。

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง…

Jinsee Hongte จิ๋นซีฮ่องเต้

จิ๋นซีฮ่องเต้ (260-210 ปีก่อนคริสตกาล) แซ่อิ๋ง ชื่อเจิ้ง ขึ้นครองราชย์เมื่อ 246 ปีก่อนคริสตกาล ในระหว่างที่พระองค์ปกครองรัฐฉิน ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของ 6 รัชกาลตั้งแต่ ฉินเซี่ยวกงเป็นต้นมา ใช้การปฏิบัติทางการเมืองและการปฏิรูประบอบต่างๆ ทำให้รัฐฉินมั่นคงเข้มแข็งขึ้น อาศัยกลยุทธ์รุกราน ผนวก 6 รัฐเป็นเอกภาพปิดฉากยุคจ้านกว๋อ สถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้นเมื่อ 220 ปีก่อนคริสตกาล ออกโจมตีชนเผ่าซงหนูทางเหนือ พิทักษ์ดินแดนของฉิน รุกรานชนเผ่าไป่เยว่ทางใต้ และได้สร้างรัฐศักดินาที่เป็นเอกภาพหลายประชาชาติและรวบอำนาจเข้ามาสู่ส่วนกลางเป็นรัฐแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน ขนานนามพระองค์เองว่า ฉินสื่อหวงตี้ (จิ๋นซีฮ่องเต้) จิ๋นซีฮ่องเต้ยังมีบัญชาให้เกณฑ์แรงงาน สร้างสุสานของพระองค์ที่มีกองทัพทหารหุ่นดินเผาติดอาวุธเพื่ออารักขาพระองค์หลังความตาย กล่าวกันว่าสุสานของพระองค์นั้นจำลองอาณาจักรฉินของพระองค์ด้วย โดยมีพระราชวัง ภูเขา และแม่น้ำจำลองอยู่ภายใน แต่เนื่องจากทางการจีนยังสำรวจไม่ครบ โดยเกรงว่าเมื่อขุดต่อไป เทคโนโลยีในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาสภาพ วัตถุ สิ่งของในสุสานได้   http://worldcivil14.blogspot.com/2015/11/blog-post_86.html http://www.prawatsat.com

จิ๋นซีฮ่องเต้ The first emperor of China

The first emperor of China       นฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]…

จิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐเป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย เเป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต

จิ๋นซีฮ่องเต้

หนังสืออฉื่ฉินหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลางหรือ  จิ๋หนังสือนซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น ( จีน :  秦始皇帝 ;  พินอิน :  QínShǐ Huangdi ; 260-210 ก่อนคริสตกา) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ ง (政  Zhèng ? ) จากเมืองฉิน  มีความตรงข้ามว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน”  คุณทรงสถาปนาพระองค์ราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาลและทรงผนวกดินแดนจีน สำเร็จในปีที่ 221 คริสตกาลเป็นอันก่อนสิ้นสุดยุครณรัฐ (ราชา) ราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว  (ราชาธิกาไทย) จึงถือกันว่าเป็น “ราชวงศ์” หรือ “ราชาภิบาล” จักรพรรดิจีนทรง “หวงวังตี้” พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันอีกสองพันปี ในห้างหุ้นส่วนจำกัดรัชสมัยของพระองค์แม่ทัพที่คุณนายคุณกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การขยายคุณแว่นแคว้น  หัวเรื่อง: การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้คุณดินคุณแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉินส่วนหัวเรื่อง: การรบกับพวกซฺยงคุณหนูในห้างหุ้นส่วนจำกัดเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้คุณดินคุณแดนเอ้อเอ่อร์คุณตัวซืหนังสืออของกลุ่มซฺยงคุณหนู  แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ฉันยฺหวี  ผู้นำซฺยงคุณหนูด้านผนวกคุณดินแ มีหลายคนชอบ  หลี่ซือ เจ้าพระยามหาอุทป  ฏร่วย เป็นเหตุให้คุณทรงเผาตำราฝังบัณฑิตวุฒิการ[1]  พระองค์ยังคุณทรงรวมกำแพงเมืองซึ่งกระจัดกระจายขณะนี้ทั่วไปการนั้นเข้าเป็นกำแพงเมืองจีน  สร้างถนนหนทางระบบผู้ซื้อสินค้าใหม่เป็นการใหญ่และสร้างสุสานหลวงโดยมีรูปคุณปั้นองครักษ์ขนาดเท่าของคุณคนจริงคอยพิทักษ์ขณะนี้ ที่เสด็จระหว่างขณะนี้ในห้างหุ้นส่วนจำกัดราชสมบัตินั้นพระองค์คุณทรงเสาะแสวงหาคุณน้ำอมฤตมาตลอด แต่สุดท้ายก็สวรรคตเมื่อปีที่ 210 ก่อนคริสตกาล  …

ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้

ฉินฉื่อหฺวังตี้ ตามสำเนียงกลาง หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ ตามสำเนียงอื่น (จีน: 秦始皇帝; พินอิน: Qín Shǐ Huángdì; 260–210 ก่อนคริสตกาล[3]) เป็นชื่อที่ปัจจุบันใช้เรียกพระเจ้าเจิ้ง (政 Zhèng ?) แห่งเมืองฉิน มีความหมายตรงตัวว่า “ปฐมจักรพรรดิฉิน” พระองค์ทรงสถาปนาราชวงศ์ฉินเมื่อปีที่ 220 ก่อนคริสตกาล และทรงผนวกดินแดนจีนสำเร็จในปีที่ 221 ก่อนคริสตกาล เป็นอันสิ้นสุดยุครณรัฐ[4] พระองค์ไม่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวัง” (ราชา) ดังที่เคยใช้กันมาในสมัยราชวงศ์ซางและราชวงศ์โจว แต่ทรงใช้ตำแหน่ง “หฺวังตี้” (ราชาธิราช หรือนิยมแปลกันว่า จักรพรรดิ) จึงถือกันว่า ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกแห่งประเทศจีน ตำแหน่ง “หฺวังตี้” นี้พระเจ้าแผ่นดินจีนทรงใช้สืบต่อกันมาอีกสองพันปี ในรัชสมัยของพระองค์ แม่ทัพนายกองของพระองค์มีบทบาทอย่างยิ่งในการขยายแว่นแคว้น การรบกับเผ่าเยฺว่ทางใต้เมืองฉู่ทำให้ดินแดนไป่เยฺว่ของเมืองหูหนานและกวั่งตงตกเป็นของเมืองฉิน ส่วนการรบกับพวกซฺยงหนูในเอเชียตอนกลางส่งผลให้เมืองฉินได้ดินแดนเอ้อเอ่อร์ตัวซือของกลุ่มซฺยงหนู แม้ที่สุดแล้วจะเป็นเหตุให้มั่วตู๋ ฉันยฺหวี ผู้นำซฺยงหนู สามารถผนวกดินแดนได้บ้างก็ตาม พระองค์ยังได้อำมาตย์ราชเสวกหลายคน เช่น หลี่ ซือ เจ้าพระยามหาอุปราช มาช่วยปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อจัดระเบียบประเพณีอันหลากหลาย[4] เป็นเหตุให้ทรงเผาตำรา ฝังบัณฑิต[1]พระองค์ยังทรงรวมกำแพงเมือง…