The brother of saint gabriel

http://www.sg7577.com/History_Saint.php http://www.acn.ac.th/2010/2010_louis/slide/index.html ประวัติคณะเซนต์คาเบรียล มงฟอร์ตมีภราดาร่วมงานของท่านในขณะออกเทศน์สอนตามชนบทและโบสถ์คริสต์ต่าง ๆ ติดตามท่านไปทุกแห่งหน เช่น ภราดามาธูริน ในระยะแรกรวมเป็นคณะนักบวชชายกับ คณะบาทหลวงธรรมทูตมงฟอร์ต ประมาณหนึ่งร้อยปีเศษต่อมาบาทหลวงคาเบรียล เดแอร์ อัคราธิการคณะมงฟอร์ต (ประกอบด้วยบาทหลวง ภราดา ภคินี) ในขณะนั้นมอบหมายงานสอนเรียนให้ภราดากลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ และต่อมามีภราดาอธิการปกครองเป็นคณะต่างหากโดยเอกเทศเรียกว่า คณะภราดาเซนต์คาเบรียลจนถึงปัจจุบัน สมาชิกประมาณ 1,300 คนกระจายอยู่ใน 31 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งเข้าเริ่มทำงานที่โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444 ดำเนินงานโดยจิตตารมณ์นักบุญมงฟอร์ต ในการแสวงหาองค์ปรีชาญาณ ความรักต่อพระนางมารีย์พรหมจารี และการบริการคนยากจนในสภาพต่าง ๆ ถือเสมือนเป็น พี่น้อง ของทุกคน ในปี ค.ศ. 1877 บาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ บาทหลวงคณะมิสซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีสได้รับตำแหน่งเป็นอธิการโบสถ์อัสสัมชัญด้วยอุดมการณ์อันมั่นคงของท่านที่อยากจะให้วิชาความรู้แก่เด็กชาวสยาม เพื่อเป็นวิทยาทานและด้วยความเมตตาธรรม ท่านได้รับเด็กกำพร้าเข้าไว้ในความดูแลของท่านสิบกว่าคน เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้เรียนวิชา ไว้เป็นกำลังของครอบครัวและประเทศชาติต่อไป จนกระทั่งวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ท่านได้เปิดสอนเป็นทางการใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอาซมซาน กอเล็ศ” หรือ โรงเรียนอัสสัมชัญ ในปัจจุบัน เนื่องด้วยคุณพ่อต้องดูแลทั้งโบสถ์และโรงเรียนที่กำลังขยายกิจการใหญ่โตขึ้น จึงเป็นภาระหนัก ด้วยเหตุนี้ท่านจึงคิดว่าคณะนักบวชที่สอนเรียน (Teaching Congregation) มาช่วยรับภาระโรงเรียนแทนท่าน…

อุปกรณ์พื้นฐานในการต่อวงจรไฟฟ้า

Name  Nirawit  khomonthong  No. 2  Class 5/1   อุปกรณ์พื้นฐานในการต่อวงจรไฟฟ้า 1. หลอดไฟ (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn) 2. บัลลาส (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn) 3. ฟิวส์ (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn) 4. สายไฟ (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn) 5. สตาร์ทเตอร์ (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn) 6. เต้าเสียบ     (Cr. https://sites.google.com/site/biwauthen11/hnathi-khxng-xupkrn)  

Parts of Arduino and basic components

Name  Nirawit  khomonthong  No. 2  Class 5/1 Parts of Arduino UNO (Cr. https://www.elprocus.com/atmega328-arduino-uno-board-working-and-its-applications/ or insert link to picture) Basic components 1. LED (Light Emitting Diode) (Cr. https://www.elprocus.com/atmega328-arduino-uno-board-working-and-its-applications or insert link to picture) 2. USB CABLE (Cr. https://www.pinterest.com/pin/518336238343102651/?lp=true) 3. RESISTOR (Cr. https://www.pinterest.com/pin/518336238343102651/?lp=true) 4. BREADBOARD (Cr. https://www.pinterest.com/pin/518336238343102651/?lp=true) 5. JUMPER WIRE (Cr. https://www.pinterest.com/pin/518336238343102651/?lp=true)   6. POWER RESISTOR (Cr. https://www.pinterest.com/pin/518336238343102651/?lp=true) 7. VARIABLE…

ประวัติของอารยธรรมจีน

ด.ช.นิรวิทย์  โกมลธง  ป.5/1  เลขที่ 2 อารยธรรมจีน   ประวัติความเป็นมาของอารยธรรมจีน ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สำคัญของอารยธรรมจีนคือ การสร้างระบบภาษาเขียน และการพัฒนาแนวคิดลัทธิขงจื๊อ เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 2ก่อน ค.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลายอาณาจักรสลับกันไป ในบางครั้งก็ถูกปกครองโดยชนชาติอื่น วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชาติอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งถ่ายทอดไปทั้งการอพยพ การค้า และการยึดครอง อารยธรรมจีนเกิดขึ้นครั้งแรกที่ลุ่มแม่น้ำฮวงโห คือที่ราบตอนปลายของแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซีเกียง อารยธรรมจีนเจริญโดยได้รับอิทธิพลจากภายนอกน้อยเพราะทิศตะวันออกติดมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกและทิศเหนือเป็นทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขา จีนถือว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นแหล่งกำเนิดความเจริญ แหล่งอารยธรรมยุคหินใหม่ ที่พบมีอายุประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์กาลที่ตำบล ยางเชา เรียกวัฒนธรรมยางเชา มณฑลเฮอหนาน และวัฒนธรรมลุงชาน ที่เมือง ลุงชาน มณฑลชานตุง พบ เครื่องมือ เครื่องใช้ทำด้วยหิน กระดูกสัตว์ เครื่องปั้นดินเผา กระดูกวัว กระดองเต่าเสี่ยงทาย จีนเป็นชาติที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอารยธรรมเก่าแก่จนได้ชื่อว่าเป็นอู่อารยธรรมของชาติตะวันตก (ชนชาติในทวีปเอเชีย) อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของจีนได้ ดังนี้ 1.  สมัยก่อนประวัติศาสตร์ 

ยุคทองของไทย

ด.ช.ศรัณยพงศ์  วงค์ขัติย์  5/1  เลขที่31 ยุคทองของไทย เชื่อว่ามีมนุษย์อยู่อาศัยอยู่ถาวรในอาณาเขตประเทศไทยปัจจุบันมาแล้วประมาณ 40,000 ปี เดิมชาวมอญ เขมรและมลายูปกครองพื้นที่ดังกล่าว โดยมีอาณาจักรใหญ่ เช่น ฟูนาน ทวารวดี หริภุญชัย จักรวรรดิเขมร และตามพรลิงก์ ส่วนบรรพบุรุษไทยสยามปัจจุบันซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มชาวไท-ไตเป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแถบเดียนเบียนฟูในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 8 และเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยในอาณาเขตประเทศไทยปัจจุบันในคริสต์ศตวรรษที่ 11 รัฐของชาวไทเกิดขึ้นจำนวนมากในคริสต์ศตวรรษที่ 13 ประมาณปี 1780 พ่อขุนบางกลางหาวรวบรวมกำลังกบฏต่อเขมร และตั้งอาณาจักรสุโขทัย เหนือขึ้นไป พญามังรายทรงตั้งอาณาจักรล้านนาในปี 1839 มีศูนย์กลางอยู่ที่เชียงใหม่ ทรงรวบรวมแว่นแคว้นขึ้นในแถบลุ่มแม่น้ำปิง ส่วนบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีการตั้งสหพันธรัฐในบริเวณเพชรบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรีและอยุธยาในคริสต์ศตวรรษที่ 11 นักประวัติศาสตร์กระแสหลักมักเลือกนับสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของคนไทย อาณาจักรอยุธยาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1893 ต่อมาเป็นใหญ่แทนจักรวรรดิเขมร และแทรกแซงอาณาจักรสุโขทัยอย่างต่อเนื่องจนสุดท้ายถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงจัดการปกครองโดยแบ่งพลเรือนกับทหารและจตุสดมภ์ซึ่งบางส่วนใช้สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงริเริ่มระบบเจ้าขุนมูลนาย ทำให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นไพร่ใช้แรงงานปีละ 6 เดือน กรุงศรีอยุธยาเริ่มติดต่อกับชาติตะวันตกเมื่อ พ.ศ. 2054 หลังจากนั้นในปี 2112 กรุงศรีอยุธยาตกเป็นประเทศราชของราชวงศ์ตองอูแห่งพม่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพในอีก 15 ปีให้หลัง กรุงศรีอยุธยายังติดต่อกับชาติตะวันตก จนรุ่งเรืองถึงขีดสุดในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ความขัดแย้งภายในติด ๆ กันหลายรัชกาลในราชวงศ์บ้านพลูหลวง และการสงครามกับราชวงศ์คองบอง (อลองพญา) จนส่งผลให้เสียกรุงครั้งที่สองเมื่อปี 2310 หลังจากนั้นบ้านเมืองแตกออกเป็นชุมนุมต่าง ๆ เจ้าตากทรงรวบรวมแผ่นดินและขยายอาณาเขต หลังเกิดความขัดแย้งช่วงปลายรัชกาล พระองค์และพระราชโอรสทั้งหลายทรงถูกสำเร็จโทษโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นในปี 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนาอำนาจปกครองเหนือประเทศลาวและกัมพูชาปัจจุบันและยุติสงครามกับพม่า ต่อมากรุงรัตนโกสินทร์ถูกครอบงำด้วยปัญหาความพยายามแผ่อิทธิพลของชาติตะวันตกโดยมีการบรรลุสนธิสัญญาต่าง ๆ เช่น สนธิสัญญาเบอร์นี สนธิสัญญาเบาว์ริง ตามด้วยสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมอีกหลายฉบับ เป็นการเริ่มต้นการทำให้ประเทศทันสมัยและกลายเป็นตะวันตก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มการรวมศูนย์อำนาจแทนให้เจ้าท้องถิ่นปกครองแบบเดิม เลิกทาสและไพร่ และจัดระเบียบการปกครองแบบกระทรวง…

อารยธรรมเมโสโปเตเมียเปอร์เซีย

ด.ช.ฐปณัฐ     อุ่นใจ ป.5/3 เลขที่ 13 ประวัติของเมโสโปเตเมียเปอร์เซีย มโสโปเตเมีย เป็นคำภาษากรีก แปลว่า ที่ระหว่างแม่น้ำ ดินแดนที่ชาวกรีกเรียกว่า เมโสโปเตเมียนี้ตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำไทกรีสและยูเฟรตีสเป็นส่วนหนึ่งของ”ดินแดนรูปพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์” ซึ่งเป็นดินแดนรูปครึ่งวงกลมผืนใหญ่ ที่ทอดโค้งขึ้นไปจากฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอ่าวเปอร์เซีย                     เมโสโปเตเมีย เป็นดินแดนที่อากาศร้อนและกันดารฝน น้ำที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นน้ำจากแม่น้ำที่มาจากหิมะละลาย ในฤดูร้อนบนเทือกเขาในอาร์เมเนีย น้ำจะพัดพา เอาโคลนตม ตะกอนมาทับถมชายฝั่งทั้งสอง ทำให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก การเอ่อล้นของน้ำในแม่น้ำอันเกิดจากหิมะละลายไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนและบางครั้งก็สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง ไร่นา ทรัพย์สินและชีวิตผู้คน การกสิกรรมที่จะได้ผลดีในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ต้องอาศัยระบบการชลประทานที่มีประสิทธิภาพ                     ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มแม่น้ำเป็นเครื่องดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาทำมาหากินในบริเวณนี้ แต่ความร้อนของอากาศก็เป็นเครื่องบั่นทอนกำลังของผู้คนที่อาศัยอยู่ทำให้คนเหล่านั้นขาดความกระตือรือร้น เมื่อมีพวกอื่นเข้ารุกรานจึงต้องหลีกทางให้ผู้ที่เข้ามาใหม่ ซึ่งเมื่ออยู่ไปนานๆเข้าก็ประสบภาวะเดียวกันต้องหลีกให้ผู้อื่นต่อไป พวกที่เข้ามารุกรานส่วนใหญ่มักจะมาจากบริเวณหุบเขาที่ราบสูงทางภาคเหนือและตะวันออกซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขาหินปูนไม่อุดมสมบูรณ์เท่าเขตลุ่มแม่น้ำ และยังมีพวกที่มาจากทะเลทรายซีเรียและอารเบีย เรื่องราวของดินแดนแห่งนี้จึงเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอารยธรรมของคนกลุ่มต่างๆ หลายกลุ่มมิได้เป็นเรื่องราวของอารยธรรมที่สืบต่อกันเป็นเวลายาวนานดังเช่นอารยธรรมอียิปต์ วัฒนธรรมเมโสโปเตเมีย พัฒนาการวัฒนธรรมสุเมเรียน 2 ระยะ คือ 1.ระยะวัฒนธรรมอูเบด (Ubaid) ประมาณ 4250-3750 B.C. เป็นสมัยเริ่มอารยธรรมคนเมือง…

Rome

ROMAN (อารยธรรมโรมัน)       อารยธรรมโรมัน โรมันตั้งอยู่บนคาบสมุทรอิตาลีริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน (1,000 B.C.) ซึ่งมีที่ราบอันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ มีที่ราบละติอุ่ม อยู่ทางตอนใต้ของกรุงโรมสามารถทำการเพาะปลูกได้อย่างเต็มที่ บริเวณหุบเขามีป่าไม้เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์ ชายฝั่งทะเลก็สะดวกในการทำการค้ากับต่างแดน เมื่อ 700 ปีก่อน ค.ศ. พวกอีทรัสกัน ได้ขยายอาณาเขตเข้ามาในคาบสมุทรอิตาลีและเข้ายึดกรุงโรมได้  เมื่อ 509 ปีก่อนค.ศ. ชาวละตินซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกโรมันได้โค่นล้มอำนาจกษัตริย์ของอีทรัสกันลงได้ โรมันมีความเจริญและยิ่งใหญ่จนสามารถเข้ายึดครองกรีกโบราณได้ ทั้งหมดแต่ในทางกลับกัน โรมันกลับตกเป็นเมืองขึ้นของวัฒนธรรมของกรีก เพราะโรมันได้ยึดเอาอารยธรรมหรือความเจริญของกรีกมาใช้เกือบทั้งหมด แต่ยังพอมีผลงานที่โรมันได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเอง และจัดว่าเป็นความเจริญแท้ๆของโรมัน ไม่ได้ลอกของกรีกมา คือ การจัดการปกครองแบบสาธารณรัฐ, ระบบกฎหมาย 12 โต๊ะ – ด้านการปกครอง ปกครองแบบจักรวรรดิ รวมอำนาจไว้ที่ซีซาร์ (กษัตริย์) ภายหลังการขับไล่กษัตริย์โรมลงสุดท้ายออกไป จึงมีการสถาปนา “กฎหมาย 12 โต๊ะ” ซึ่งเป็นแม่แบบกฎหมายของโลกตะวันตกปัจจุบัน และมีการปกครองแบบสาธารณรัฐเป็นที่แรก – ด้านการแพทย์ ริเริ่มทำคลอดหน้าท้อง และการใช้ยาสลบก่อนผ่าตัด – สถาปัตยกรรม เน้นความใหญ่โตแข็งแรง…

ประวัติอียิปต์

ด.ญ.ธัญจิรา สิริบุณยเวช ป.5/9                          ประวัติอารยธรรมอียิปต์   กำเนิดแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณ อาณาจักรอียิปต์ได้ถือกำเนิดขึ้นในราว 3200 ปีก่อนคริสตกาล โดยราชาแมงป่อง (Scorpion king) ผู้ครองนครธีส (This) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางแห่งลุ่มน้ำไนล์ พระองค์ได้กรีฑาทัพเข้ายึดครองนครรัฐต่างๆ ในอียิปต์บนและตั้งตนเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรอียิปต์ทางตอนบน ราชาแมงป่องปรารถนาจะรวมอียิปต์เข้าด้วยกันแต่พระองค์สิ้นพระชนม์เสียก่อน ต่อมาโอรสของพระองค์ นามว่า นาเมอร์ (Namer) ได้สานต่อนโยบายและกรีฑาทัพเข้าโจมตีอียิปต์ตอนล่าง ในที่สุดเมื่อถึงสมัยของฟาโรห์เมเนส (Menese) พระองค์สามารถรวมทั้งสองอาณาจักรเข้าด้วยกันได้สำเร็จ และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นฟาโรห์พระองค์แรกของอียิปต์โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมมฟิส (Memphis) ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำไนล์ ฟาโรห์เมเนสเป็นฟาโรห์องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่หนึ่งของอียิปต์โบราณ ซึ่งยุคนี้เมืองหลวงของอียิปต์คือ นครเมมฟิส (Memphis) ซึ่งชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า องค์ฟาโรห์คือร่างประทับของสุริยเทพ ที่ลงมาปกครองมนุษย์   การเมืองการปกครอง ในสังคมอียิปต์มีการแบ่งออกเป็นสามชนชั้น คือ ชนชั้นสูงได้แก่ เชื้อพระวงศ์,…

The Empire states of Mesopotamia.

Name Patcharapron Yamkleeb  Class5/9EP NO.22 History of Mesopotamia Mesopotamia literally means “between the rivers” in ancient Greek. The oldest known occurrence of the name Mesopotamia dates to the 4th century BC, when it was used to designate the land east of the Euphrates in north Syria.      Later it was more generally applied to all…

ประวัติอารยธรรมอียิปต์

ด.ญ.ธัญจิรา สิริบุณยเวช                              ประวัติอารยธรรมอียิปต์   กำเนิดแห่งอาณาจักรอียิปต์โบราณ อาณาจักรอียิปต์ได้ถือกำเนิดขึ้นในราว 3200 ปีก่อนคริสตกาล โดยราชาแมงป่อง (Scorpion king) ผู้ครองนครธีส (This) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตอนกลางแห่งลุ่มน้ำไนล์ พระองค์ได้กรีฑาทัพเข้ายึดครองนครรัฐต่างๆ ในอียิปต์บนและตั้งตนเป็นฟาโรห์แห่งอาณาจักรอียิปต์ทางตอนบน ราชาแมงป่องปรารถนาจะรวมอียิปต์เข้าด้วยกันแต่พระองค์สิ้นพระชนม์เสียก่อน ต่อมาโอรสของพระองค์ นามว่า นาเมอร์ (Namer) ได้สานต่อนโยบายและกรีฑาทัพเข้าโจมตีอียิปต์ตอนล่าง ในที่สุดเมื่อถึงสมัยของฟาโรห์เมเนส (Menese) พระองค์สามารถรวมทั้งสองอาณาจักรเข้าด้วยกันได้สำเร็จ และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นฟาโรห์พระองค์แรกของอียิปต์โดยตั้งเมืองหลวงที่ เมมฟิส (Memphis) ซึ่งอยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำไนล์ ฟาโรห์เมเนสเป็นฟาโรห์องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่หนึ่งของอียิปต์โบราณ ซึ่งยุคนี้เมืองหลวงของอียิปต์คือ นครเมมฟิส (Memphis) ซึ่งชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า องค์ฟาโรห์คือร่างประทับของสุริยเทพ ที่ลงมาปกครองมนุษย์   การเมืองการปกครอง ในสังคมอียิปต์มีการแบ่งออกเป็นสามชนชั้น คือ ชนชั้นสูงได้แก่…

India

Name siwakorn khuntong No.38 Class 5/3 ประวัติศาสตร์อารยธรรมอินเดีย ชนกลุ่มสำคัญที่สร้างสรรค์อารยธรรมลุ่มน้ำสินธุ-คงคา (Indus-Ganges Civilization) หรือ อารยธรรมอินเดีย แบ่งได้เป็น 2 พวก คือ    1) พวกดราวิเดียน (Dravidian) หรือ ทราวิฑ คือชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มน้ำสินธุราว 4,000 ปีมาแล้ว พวกนี้มีรูปร่างเตี้ย ผิวคล้ำและจมูกแบน คล้ายกับคนทางตอนใต้ในอินเดียบางพวกปัจจุบัน 2) พวกอารยัน (Aryan) หรือ อินโด-อารยัน(Indo-Aryan) เป็นพวกที่อพยพเคลื่อนย้ายจากดินแดนเอเชียกลาง (ทางตะวันตกของเอเชียใต้)ลงมายังตอนใต้กระจายไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ต่างๆซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีภูมิอากาศที่อบอุ่นกว่า พวกอารยันส่วนหนึ่งได้เคลื่อนย้าย   เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มน้ำสินธุและขับไล่พวกดราวิเดียนให้ถอยร่นไปทางตอนใต้หรือจับตัวเป็นทาส พวกอารยันมีรูปร่างสูงใหญ่       ผิวขาว จมูกโด่ง (ชาวอินเดียที่อยู่ทางตอนเหนือปัจจุบันนี้) พวกอารยันเหล่านี้รับวัฒนธรรมชนพื้นเมืองของชาวดารวิเดียน แล้วนำมาผสมผสานเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและสร้างอารยธรรมของตนมาในยุคต่อมา อินเดียได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของศาสนา  และปรัชญา  อินเดียไม่มีศาสนาประจำชาติ   แต่อินเดียเป็นเมืองกำเนิดศาสนาสำคัญของโลก    4  ศาสนา  คือ ฮินดู…

อารยธรรมจีน

    ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สำคัญของอารยธรรมจีนคือ การสร้างระบบภาษาเขียน และการพัฒนาแนวคิดลัทธิขงจื๊อ เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 2ก่อน ค.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลายอาณาจักรสลับกันไป ในบางครั้งก็ถูกปกครองโดยชนชาติอื่น วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชาติอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งถ่ายทอดไปทั้งการอพยพ การค้า และการยึดครอง อารยธรรมจีนเกิดขึ้นครั้งแรกที่ลุ่มแม่น้ำฮวงโห คือที่ราบตอนปลายของแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซีเกียง อารยธรรมจีนเจริญโดยได้รับอิทธิพลจากภายนอกน้อยเพราะทิศตะวันออกติดมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกและทิศเหนือเป็นทุ่งหญ้า ทะเลทราย และเทือกเขา จีนถือว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นแหล่งกำเนิดความเจริญ แหล่งอารยธรรมยุคหินใหม่ ที่พบมีอายุประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสต์กาลที่ตำบล ยางเชา เรียกวัฒนธรรมยางเชา มณฑลเฮอหนาน และวัฒนธรรมลุงชาน ที่เมือง ลุงชาน มณฑลชานตุง พบ เครื่องมือ เครื่องใช้ทำด้วยหิน กระดูกสัตว์ เครื่องปั้นดินเผา กระดูกวัว กระดองเต่าเสี่ยงทาย จีนเป็นชาติที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอารยธรรมเก่าแก่จนได้ชื่อว่าเป็นอู่อารยธรรมของชาติตะวันตก (ชนชาติในทวีปเอเชีย) อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของจีนได้ ดังนี้ 1.  สมัยก่อนประวัติศาสตร์  (1) ยุคหินเก่า จีนเป็นดินแดนที่มนุษย์อาศัยเป็นเวลานานที่สุดในทวีปเอเชีย หลักฐานที่พบคือ มนุษย์หยวนโหม่ว (yuanmou man) มีอายุประมาณ…

ประวัติมงฟอร์ต

พ.ศ. ๒๔๗๕ : ปีที่ก่อตั้งโรงเรียนมงฟอร์ต คณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ได้มาก่อตั้งโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนองความต้องการของท่านมุขนายกแปรอส ซึ่งเป็นผู้จัดหาที่ดินให้พร้อมทั้งให้ยืมเงินเพื่อใช้ในการก่อสร้าง โดยไม่คิดดอกเบี้ย โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยเปิดทำการสอนเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๔๗๕ (ค.ศ. ๑๙๓๒) โดยมี คุณพ่อ เรอเนเมอนีเอร์ เป็นผู้จัดการ และท่านภราดาซีเมออนเป็นอธิการคนแรก ภราดาแอมโบรซิโอ เป็นรองอธิการ และมีภราดาหลุยส์เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารเรียน บนเนื้อที่ที่ซื้อจากหลวงอนุสาร สุนทร ซึ่งอยู่ห่างจากโบสถ์พระหฤทัย ไปทางทิศใต้ราว ๒๐๐ เมตร พ.ศ. ๒๔๗๖ ย้ายโรงเรียน ได้ย้ายนักเรียนมาเรียนในที่แห่งใหม่บนอาคารเรียน ๒ ชั้น ยาว ๔๖ เมตร เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๔๗๖ขณะนั้นโรงเรียนมีพื้นที่ ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๒๗ ตารางวา ทิศตะวันออก ติดลำน้ำปิง ทิศตะวันตกติดถนน เจริญประเทศ มีสนามฟุตบอลอยู่หน้าอาคารอำนวยการ และมีอนุสาวรีย์นักบุญหลุยส์…

อารยธรรมอินเดีย

Name __Thitikan   Anuanuson________ No._20____ Class 5/___3 อารยธรรมอินเดีย   อินเดียเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก บางทีเรียกว่า แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของอินเดียได้ดังนี้  สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณ 2 แห่งในบริเวณลุ่มแม่นสินธุคือ            เมืองโมเฮนโจดาโร ทางตอนใต้ของประเทศปากีสถาน             เมืองฮารับปา ในแคว้นปันจาป ประเทศปากีสถานในปัจจุบัน   เมืองฮารับปา           สมัยประวัติศาสตร์   เริ่มเมื่อมีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ โดยชนเผ่าอินโด-อารยัน ซึ่งตั้ง    ถิ่นฐานบริเวณแม่น้ำคงคา แบ่งได้ 3 ยุค       ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เริ่มตั้งแต่กำเนิดตัวอักษร บรามิ ลิปิ สิ้นสุดสมัยราชวงศ์ คุปตะ เป็นยุคที่ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และพุทธศาสนา ได้ถือกำเนิดแล้ว      ประวัติศาสตร์สมัยกลาง เริ่มตั้งแต่ราชวงศ์คุปตะสิ้นสุดลง จนถึง ราชวงศ์โมกุลเข้าปกครองอินเดีย     ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มตั้ง แต่ราชวงศ์โมกุลจนถึงการได้รับเอกราชจากอังกฤษ        …

อารยธรรมอินเดีย DJ 5/8 No29

  อินเดีย เป็นต้นสายธารทางวัฒนธรรมของชาติตะวันออก ( ชนชาติในทวีปเอเชีย ) หลายชาติ เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก บางทีเรียกว่า “แหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ” ( Indus Civilization ) อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของอินเดียได้ดังนี้ 1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโลหะของอินเดียเริ่มเมื่อผู้คนรู้จักใช้ทองแดงและสำริด เมื่อประมาณ2,500 ปี ก่อนคริสต์ศักราช และรู้จักใช้เหล็กในเวลาต่อมา พบหลักฐานเป็นซากเมืองโบราณ 2 แห่ง ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุ คือ (1) เมืองโมเฮนโจ ดาโร ( Mohenjo Daro ) ทางตอนใต้ของประเทศปากีสถาน (2) เมืองฮารับปา ( Harappa ) ในแคว้นปันจาป ประเทศปากีสถานในปัจจุบัน 2. สมัยประวัติศาสตร์ อินเดียเข้าสู่ “สมัยประวัติศาสตร์” เมื่อมีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ประมาณ 700ปี ก่อนคริสต์ศักราช โดยชนเผ่าอินโด – อารยัน ( Indo –…

อารยธรรมอินเดีย

Pichapa  Kongpeth  Room 5/1  No. 29 ประวัติศาสตร์อารยธรรมอินเดีย ชนกลุ่มสำคัญที่สร้างสรรค์อารยธรรมลุ่มน้ำสินธุ-คงคา (Indus-Ganges Civilization) หรือ อารยธรรมอินเดีย แบ่งได้เป็น 2 พวก คือ    1) พวกดราวิเดียน (Dravidian) หรือ ทราวิฑ คือชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มน้ำสินธุราว 4,000 ปีมาแล้ว พวกนี้มีรูปร่างเตี้ย ผิวคล้ำและจมูกแบน คล้ายกับคนทางตอนใต้ในอินเดียบางพวกปัจจุบัน 2) พวกอารยัน (Aryan) หรือ อินโด-อารยัน(Indo-Aryan) เป็นพวกที่อพยพเคลื่อนย้ายจากดินแดนเอเชียกลาง (ทางตะวันตกของเอเชียใต้)ลงมายังตอนใต้กระจายไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ต่างๆซึ่งอุดมสมบูรณ์และมีภูมิอากาศที่อบอุ่นกว่า พวกอารยันส่วนหนึ่งได้เคลื่อนย้าย   เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในลุ่มน้ำสินธุและขับไล่พวกดราวิเดียนให้ถอยร่นไปทางตอนใต้หรือจับตัวเป็นทาส พวกอารยันมีรูปร่างสูงใหญ่       ผิวขาว จมูกโด่ง (ชาวอินเดียที่อยู่ทางตอนเหนือปัจจุบันนี้) พวกอารยันเหล่านี้รับวัฒนธรรมชนพื้นเมืองของชาวดารวิเดียน แล้วนำมาผสมผสานเป็นวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและสร้างอารยธรรมของตนมาในยุคต่อมา https://youtu.be/obFZUv5ZfsA ดินแดนแห่งความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม อินเดียได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของศาสนาและปรัชญา มีศิลปิน นักคิด และนักเขียนเกิดขึ้นในอินเดียมากมาย ความรุ่งเรือง และความมั่งคั่ง ในประเทศ เป็นที่เล่าลือกันว่าเป็น…

อารยธรรมอียิปต์

  Name Thachaphat Detcheewa  5/8  No 9 1.คลีโอพัตรา   คลีโอพัตราที่ 7 ฟิโลพาเธอร์ (กรีก: Κλεοπάτρα θεά φιλοπάτωρ; หรือรู้จักทั่วไปในนาม คลีโอพัตรา) (มกราคม ปีที่ 69 ก่อนคริสตกาล – 12 สิงหาคม ปีที่ 30 ก่อนคริสตกาล) เป็นพระราชินีแห่งอียิปต์โบราณและเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ทอเลมีแห่งมาซิโดเนีย ดังนั้นจึงเป็นผู้ปกครองอียิปต์ที่มีเชื้อสายกรีกคนสุดท้าย บิดาของพระนางคือทอเลมีที่ 12 ออเลติส และคาดว่าพระมารดาเป็นเชษฐภคินีของโอเลเตส ทรงพระนามว่า คลีโอพัตราที่ 5 ทรีฟาเอนา ชื่อ “คลีโอพัตรา” เป็นภาษากรีก แปลว่า “ความเจริญรุ่งเรืองของบิดา” พระนามเต็มของพระนางคือ “คลีโอพัตรา เธอา ฟิโลปาตอร์” ซึ่งหมายถึง “เทพีคลีโอพัตรา ผู้เป็นที่รักของบิดา” พระนางมีพระปรีชาสามารถมาก ทรงแตกฉานถึง 14 ภาษา เช่น ฮิบรู, ละติน, มาเซดอนโบราณ, เอธิโอเปียน, ซีเรีย, เปอร์เซีย, และ อียิปต์ ซึ่งแม้แต่ในราชวงศ์ น้อยคนนักที่จะแตกฉานภาษานี้…

ประวัติของโรงเรียนมงฟอร์ต/History of Montfort

ประวัติของโรงเรียนมงฟอร์ต 14 ตุลาคม พ.ศ. 2474 เมื่อโรงเรียนอัสสัมชัญหยุดกลางภาค ภราดาไมเคิล และ ภราดาฟ.ฮีแลร์ พร้อมด้วยอัสสัมชนิกฝ่ายเหนือ รถไฟโดยสารด่วนขึ้นยัง ลำปาง, เชียงใหม่ ตลอดจน เชียงรายและเชียงแสน เพื่อหาดูทำเลที่เหมาะสมแก่การตั้งโรงเรียน ในที่สุดคณะอุร์สุลินได้ตั้งโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัยขึ้น ส่วนคณะภราดาเซนต์คาเบรียลได้ตั้งโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2475 โดยใช้ที่ดินที่บาทหลวงยอร์ช มีราแบล ซื้อไว้นานแล้วจากหลวงอนุสารสุนทร (สุ่นฮี้ ชุติมา) บริเวณถนนเจริญประเทศ แปลงหนึ่งขนาด 12 ไร่ติดแม่น้ำปิงมอบให้โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แต่การสร้างโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยเสร็จล่าช้ากว่าโรงเรียนพระหฤทัยและเรยีนา ราวครึ่งปี    

อารยธรรมGreece

อาร์ยธรรมกรีกเริ่มขึ้นประมาณ 750 ปีก่อนคริสต์ศักราชมีรัฐสภาอยู่ที่กรุงเอเธนส์(เอเธนส์) การ  อารักขาที่รุ่งเรืองและมีอิทธิพลต่อโลกตะวันตกมาก   กำเนิดอารยธรรมกรีก                     กรีกที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบัน นี้ประกอบด้วยอารยธรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่ อารยธรรมของชาวกรีกโบราณหรือ อารยธรรมเฮลเลนิก ( Hellenic Civilizaton,  ปี 750-336 ก่อนคริสต์ศักราช) และอารยธรรมเฮลเลนิสติก (ขนมผสมน้ำยาอารยธรรม  ปี 336-31 ก่อนคริสต์ศักราช) เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กรีกอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเศรษฐี (มาซิโดเนีย)  และอารยธรรมที่มาพร้อมกับความเจริญรุ่งเรือง เรื่องที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในอารักขากรีกโดยรวมเป็นเรื่องทางประวัติศาสตร์                     ที่ตั้ง อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นในบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลข่านและชายฝั่งทะเลอีเจียน ซึ่งกั้นระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและเอเชียไมเนอร์ บริเวณเหล่านี้อยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งรายรอบด้วยอารยธรรมสำคัญของโลก คืออารยธรรมอียิปต์และเมโสโปเตเมีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้กับเกาะครีตซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization ประมาณปี 2000-1400 ก่อนคริสต์ศักราช) ที่เกิดจากการผสมผสานอารยธรรมของดินแดนในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีโอกาสรับและแลกเปลี่ยนความเจริญด้านต่างๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์จากเกาะครีต           …

golden age of china

Name Ploychompoo Senapa P.5/1  37 golden age of china     cr.https://www.bing.com/images/search?view=detailV2&id=E5C5561D7F22FA6C62F7572B3C1C7E054712FD81&thid=OIP.UZ6Nzc6CxSy0tt-1-tJOBQHaFA&mediaurl=http%3A%2F%2F4.bp.blogspot.com%2F-0tdngNuFdmA%2FTeSmNMN3P8I%2FAAAAAAAABD4%2FOcDYs_MROro%2Fs1600%2FTang%2BPalace%2B2.jpg&exph=1081&expw=1600&q=golden+age+of+china&selectedindex=23&ajaxhist=0&vt=0&eim=0,1,3,4,6,8,10 cr.https://youtu.be/deTV6MVvfQY ประเทศจีน มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนตัวย่อ: 中华人民共和国; จีนตัวเต็ม: 中華人民共和國; พินอิน: Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó; อังกฤษ: People’s Republic of China (PRC)) เป็นรัฐเอกราชในเอเชียตะวันออก เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก กว่า 1400 ล้านคน เป็นรัฐพรรคการเมืองเดียวปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน มีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนแบ่งการปกครองออกเป็น 22 มณฑล (ไม่รวมพื้นที่พิพาทไต้หวัน), 5 เขตปกครองตนเอง, 4 เทศบาลนคร (ปักกิ่ง เทียนจิน เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง), และ 2 เขตบริหารพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกงและมาเก๊า ประเทศจีนมีพื้นที่…

History of India

Name:Suphapit   Dangtankee Class:5/7  No.48 History of India Ancient History India’s history and culture is dynamic, spanning back to the beginning of human civilization. It begins with a mysterious culture along the Indus River and in farming communities in the southern lands of India. The history of India is punctuated by constant integration of migrating people…

อารยธรรมกรีก

Nutnicha Phadungkit  5/8  NO.24 1.กำเนิดอารยธรรมกรีก อารยธรรมกรีกที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้ประกอบด้วยอารยธรรมหลัก 2 ส่วน ได้แก่ อารยธรรมของชาวกรีกโบราณหรืออารยธรรมเฮลเลนิก (Hellenic Civilizaton, ปี 750-336 ก่อนคริสต์ศักราช) และ อารยธรรมเฮลเลนิสติก (Hellenistic Civilization, ปี 336-31 ก่อนคริสต์ศักราช) ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กรีกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิมาซิโดเนีย (Macedonia) และเป็นอารยธรรมที่ผสมผสานกับความเจริญที่รับจากดินแดนรอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจัยที่สำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดอารยธรรมกรีกโดยรวม คือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ชาวกรีกโบราณ และระบอบนครรัฐกรีก ที่ตั้ง อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นในบริเวณตอนใต้ของคาบสมุทรบอลข่านและชายฝั่งทะเลอีเจียน ซึ่งกั้นระหว่างคาบสมุทรบอลข่านและเอเชียไมเนอร์ บริเวณเหล่านี้อยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งรายรอบด้วยอารยธรรมสำคัญของโลก คืออารยธรรมอียิปต์และเมโสโปเตเมีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ใกล้กับเกาะครีตซึ่งเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมไมนวน (Minoan Civilization ประมาณปี 2000-1400 ก่อนคริสต์ศักราช) ที่เกิดจากการผสมผสานอารยธรรมของดินแดนในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีโอกาสรับและแลกเปลี่ยนความเจริญด้านต่างๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมียและอียิปต์จากเกาะครีต อนึ่ง พื้นที่ในคาบสมุทรบอลข่านตอนใต้ยังประกอบด้วยภูเขาและที่ราบสูงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการรวมศูนย์อำนาจปกรอง ทำให้ชาวกรีกสมัยโบราณมีการปกครองแบบนครรัฐและมักเกิดสงครามระหว่างนครรัฐ เช่น กรณีนครรัฐสปาร์ตา (Sparta) ทำสงครามรุกรานกรุงเอเธนส์ อนึ่ง กรีกยังมีพื้นที่ราบเพาะปลูกไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาการประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้เพียงอย่างเดียว แต่สภาพที่ตั้งซึ่งมีชายฝั่งทะเลและท่าเรือที่เหมาะสมจำนวนมาก…

https://www.youtube.com/watch?v=v2jOda5ljYk     The history of the Roman Empire covers the history of ancient Rome from the fall of the Roman Republic in 27 BC until the abdication of the last Western emperor in AD 476. Rome had begun expanding shortly after the founding of the Republic in the 6th century BC, though it did not expand outside of the Italian Peninsula until the 3rd…

The Nile has been the lifeline for Egyptian culture since nomadic hunter-gatherers began living along it during the Pleistocene. Traces of these early people appear in the form of artefacts and rock carvings along the terraces of the Nile and in the oases. To the Egyptians the Nile meant life and the desert meant death, though the desert…

history of montfort

Louis-Marie Grignion de Montfort (31 January 1673 – 28 April 1716) was a French Roman Catholic priest and Confessor. He was known in his time as a preacher and was made a missionary apostolic by Pope Clement XI. As well as preaching, Montfort found time to write a number of books which went on to become classic Catholic titles and…

The Golden Age of Empires / The brother of saint gabriel

Phucktharin Phaisanthapat P.5/6 No.25  The brother of saint gabriel ♣ประวัติเซนต์คาเบรียล♣                คณะภราดา ที่เดินทางถึงเมืองไทยหลังจากที่ Missionaries รุ่นแรกๆ ได้พยายามเพาะหน่ออ่อนของคริสต์ศาสนาให้งอกเงยในสยามประเทศ มานานกว่า 200 ปี แต่ดูเหมือนว่าภารกิจของพวกเขา จะประสบสัมฤทธิผลมากกว่าคณะใดๆ ในประวัติศาสตร์ไทยเลยทีเดียว               แม้ว่าการเดินทางเข้ามาเผยแผ่คริสต์ธรรมของนักบวชคณะ Dominican, Franciscan และ Jesuit ในดินแดนที่เรียกว่าประเทศไทย จะเกิดขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 แต่ดูเหมือนว่าความพยายามที่จะลงหลักปักฐานคริสต์ศาสนาในไทย เกิดขึ้นอย่างจริงจังเมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 17 ไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของพระนารายณ์มหาราช อันเป็นผลจากการติดต่อการค้ากับชาติตะวันตก ในระยะนั้น จนเกิดเป็นนิคมชาวต่างชาติ ในกรุงศรีอยุธยาหลายแห่งด้วย      …